ตอน 2
ยั่วรักเธอมาใช้หนี้
บทที่ 2 ห้องเล็กๆอันมืดสลัวของเธอ
ท่าทางของเขายังคงเย็นชาเหมือนเช่นเคย กับเธอเเล้วเขาไม่เคยอ่อนโยนเลยสักครั้ง
ใบผลการเรียนของเธอ ปลิดปลิวร่วงหล่นราวกับใบไม้สีเหลืองในฤดูใบไม้ร่วง กระดาษใบนั้นร่วงหล่นอยู่ข้างๆเท้าของเธอ เด็กหญิงก้มตัวลงไปหยิบมันขึ้นมา เเววตาของเธอเต็มไปด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ
ที่ปรากฏอยู่ในกระดาษใบนั้น ระบุไว้ด้วยคะแนนเต็ม 100 ในทุกๆรายวิชา
เธอคิดอยู่เสมอว่าคุณอาคงจะอ่านมันดูสักหน่อย คิดว่าการที่เธอตั้งใจเรียนจะทำให้เขาชอบเธอขึ้นมาบ้าง อย่างน้อยๆ ขอเเค่เขาดูสักหน่อย ขอเเค่ดูผ่านๆนิดเดียว ...... ก็ยังดี
" ขอบคุณค่ะคุณอา !"
เธอพูดเสียงอ่อยๆ ก่อนจะถือกระดาษใบนั้นเดินกลับไปที่ประตู เด็กหญิงก้มหน้ามองดูชื่อที่ปรากฏอยู่ในกระดาษใบนั้น ......... กสิณ
ไม่ว่าจะนานสักเท่าไหร่ ชื่อนี้จะยังคงอยู่ในส่วนที่ลึกที่สุดของหัวใจเธอตลอดไป
ณิชายิ้มน้อยยิ้มใหญ่อย่างมีความสุข คุณอายอมเซ็นต์ชื่อให้ก็ดีแค่ไหนเเล้ว ไม่เป็นไรหรอก คงเพราะตัวเธอเองที่ยังทำได้ไม่ดีพอ คุณอาก็เลยไม่ชอบเธอ
ถ้าเธอพยายามให้มากขึ้นกว่านี้อีก สักวันคุณอาจะต้องชอบเธอเเน่ๆ
ณิชาสวมรองเท้าผ้าเก่าๆของเธอ ก่อนจะเดินลงบันไดไปชั้นล่าง
" คุณอา ...... "
จู่ๆเสียงเล็กๆคล้ายกับเสียงของณิชาก็ดังขึ้น ทำให้เธอหยุดที่จะเดินต่อ ณิชาหยุดยืนนิ่งอยู่ตรงกลางบันไดและมองขึ้นไปด้านบน
เด็กหญิงในชุดนอนลูกไม้สีขาว เดินออกมาจากห้องที่เต็มไปด้วยตุ๊กตา ชายกระโปรงยาวจนคลุมข้อเท้า เผยให้เห็นฝ่าเท้าน้อยๆยามที่เธอก้าวเดิน ใบหน้ารูปไข่นั้นแดงระเรื่อ ผิวขาวอมชมพู ผมหยักศกเป็นลอนธรรมชาติ ดูเเล้วน่ารักน่าชังมาก
เด็กหญิงเดินงัวเงียไปที่ประตูห้องของกสิณ ปากก็ร้องเรียกหาเขาไม่หยุด
กสิณได้ยินเสียงร้องของเธอก็รีบเดินออกมาจากห้องทันที เขาอุ้มเด็กหญิงขึ้นมา " ไงจ๊ะนิมมานหลานรัก ทำไมถึงตื่นขึ้นมาซะล่ะ " คุณอาบีบไปที่จมูกของเธอเบาๆ ก่อนจะก้มลงไปจูบที่แก้มของเธอด้วยความรักใคร่เอ็นดู
" คุณอา นิมมานฝันร้ายค่ะ มันน่ากลัวมากๆเลยค่ะ " เด็กหญิงเนื้อตัวสั่นเทิ้มด้วยความกลัว เธอพูดพลางกอดคอกสิณไว้เเน่น
คุณอาลูบหลังเธอเบาๆด้วยความอ่อนโยน " ไม่ต้องกลัวนะ ไม่ต้องกลัว อาอยู่นี่เเล้ว เดี๋ยวอาพาหนูไปนอนนะจ๊ะ ไม่ต้องกลัวนะ "
คำปลอบโยนของเขาทำให้เธอสงบลงจนได้
" อืม นิมมานชอบให้คุณอาพาเข้านอน นิมมานรักคุณอาที่สุดเลยค่ะ " เธอจุ๊บไปที่แก้มของกสิณฟอดใหญ่
ฉากที่กำลังได้เห็นอยู่นั้น ณิชาได้เห็นมาจนนับครั้งไม่ถ้วนเเล้ว และเธอก็ต้องหดหู่ท้อแท้ทุกครั้งที่ได้เห็นอะไรแบบนี้ เธออิจฉานิมมานจริงๆ เธอเองก็อยากได้ความรักแบบนั้นจากคุณอาเช่นกัน เธอก็อยากให้คุณอากอดเธอแบบนั้นบ้าง
มันเป็นความปรารถนาอันยิ่งใหญ่ที่สุดสำหรับเธอ
ดังนั้น หลายต่อหลายครั้งที่ผ่านมา ถึงแม้คุณอาจะไม่ได้ยิ้มให้เธอ เเต่ขอเพียงเเค่เธอได้เห็นรอยยิ้มของเขา นั่นก็ทำให้ณิชามีความสุขมากเพียงพอเเล้ว
กสิณเพิ่งสังเกตเห็นว่ามีเงาร่างเล็กๆกำลังยืนอยู่ตรงมุมหนึ่งของบันได กำลังชะเง้อมองไปทางนั้นอย่างเงียบๆ
" ณิชา เธอควรจะกลับเข้าห้องเธอไปซะ " น้ำเสียงเย็นชาของเขาเอื้อนเอ่ยออกมาท่ามกลางความมืดสลัว
จากนั้นก็ได้ยินเสียงฝีเท้าของร่างเล็กๆ ค่อยๆย่องเดินออกจากตรงนั้นไป
ท่ามกลางความมืดสลัว เมื่อสิ้นไร้ซึ่งเเสงสว่างจะให้เธอเดินเร็วๆก็คงจะไม่ได้ แถมเธอยังไม่ใช่นางฟ้าตัวน้อยๆที่จะมีปีกบินไปไหนต่อไหนได้ดั่งใจคิด !
ทันทีที่ณิชาเดินกลับเข้ามาให้ห้องเล็กๆอันมืดสลัวของเธอ ความหนาวสะท้านก็ปะทะร่างของเธอเข้าอย่างจัง
เมื่อกดเปิดหลอดไฟที่ให้เเสงอ่อนๆดุจเเสงเทียน ภายในห้องก็พลันสว่างขึ้นด้วยแสงสลัวเหลืองนวลในทันที
ห้องนี้เป็นห้องใต้บันไดที่ใช้เป็นห้องเก็บของ ทั้งชื้นและหนาวเย็น อีกทั้งยังไม่มีหน้าต่างให้อากาศถ่ายเท แล้วการที่เเสงอาทิตย์เเละเเสงจันทร์ไม่สามารถสาดส่องเข้ามาในห้องได้ ทำให้ภายในห้องนี้มีความหนาวเย็นไปตลอดทั้งปี
ในห้องมีข้าวของเครื่องใช้เยอะเเยะมากมาย รวมถึงเศษซากโต๊ะเก้าอี้เก่าๆที่ขาชำรุดผุพังไปหมดเเล้ว กับสิ่งของที่วางระเกะระกะอยู่ทั่วไป จะเหลือที่ยังพอใช้ได้ก็เพียงโคมไฟสีแดงระเรื่อนี้เท่านั้น
เตียงของเธอดัดแปลงมาจากโต๊ะไม้เก่าเพื่อมาทำเป็นเตียงสำหรับเอาไว้นอน ผ้าห่มเเละฟูกเป็นสีออกเทาๆหม่นๆ ผสมปนเปกันระหว่างสีขาวและสีดำ
ผ้าห่มผืนบางๆ ไม่สามารถให้ความอบอุ่นได้เพียงพอที่จะต่อสู้กับความหนาวเหน็บในฤดูหนาวได้
เด็กหญิงค่อยๆปีนขึ้นไปบนเตียง ยัดขาน้อยๆของเธอเข้าไปใต้ผ้าห่มผืนบางนั้น คืนนี้อากาศช่างหนาวเหน็บ ห้องเก็บของนี้ก็ไม่มีฮีตเตอร์ซะด้วย
ณิชาอยู่ที่นี่มาได้ 3 ปีเเล้ว ตั้งเเต่ที่เธอถูกรับมาเลี้ยงเมื่อตอนอายุ 6 ขวบ จนถึงปัจจุบัน เธอก็อาศัยอยู่ในห้องเล็กๆนี้มาโดยตลอด
ภายใต้เเสงรำไรนั้น เธอหยิบใบผลการเรียนขึ้นมาดู ก่อนจะพูดพรรณนาชื่อที่อยู่ตรงมุมขวา ครั้งเเล้วครั้งเล่า
ตอน 3
บทที่ 3 ความทรงจำเมื่อครั้งถูกรับอุปการะ (1)
3 ปีก่อน
รถเก๋งหรูหราคันหนึ่ง วิ่งมาตามถนนเล็กๆที่ขรุขระเป็นหลุมเป็นบ่อ ก่อนจะขับรถหักหลบอย่างระมัดระวัง ด้วยกลัวจะถูกวัชพืชที่ขึ้นอยู่ตามถนนมาขูดรถเอาได้ ภายในรถคันนั้นมีเด็กผู้หญิงในชุดเสื้อผ้าเก่าๆมอซอนั่งอยู่ อายุดูไล่เลี่ยกัน น่าจะราวๆ 5 ขวบเห็นจะได้
พวกเธอเป็นเด็กหญิงที่นับว่ามีบุญวาสนา ที่ถูกผู้ดีมีเงินรับไปอุปการะเลี้ยงดูในวันนี้
พวกเธอไม่มีนามสกุล เพราะตั้งเเต่เกิดจนอายุได้เพียงสองวันก็ถูกส่งตัวมายังสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าแห่งนี้เสียเเล้ว ซึ่งโค๊ตที่จดจำได้ง่ายก็คือชื่อของพวกเธอนั่นเอง ด้วยความที่สถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าแห่งนี้ประสบปัญหาขาดเเคลนเงินทุน เพราะฉะนั้นนอกจากความสัมพันธ์ที่ค่อนข้างจะผิวเผินระหว่างกันเเล้ว ทุกคนในนั้นก็แทบจะไม่มีการแลกเปลี่ยนสื่อสารใดๆต่อกันอีก
เมื่อมองผ่านทางหน้าต่างสีดำของรถหรู จึงได้เห็นเด็กๆยืนออกันอยู่ตรงประตูสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้านั้น ใบหน้าของเด็กๆเหล่านั้นเต็มไปด้วยความอิจฉาริษยา ใครกันจะไม่อยากถูกรับเอาไปเลี้ยง เด็กๆต่างก็อยากหนีออกไปจากสถานที่อันไร้ซึ่งความอบอุ่นแห่งนี้กันทั้งนั้น เเละวันนี้ก็มีผู้ดีมีเงินเข้ามาที่นี่ ทำให้เด็กๆทุกคนต่างก็พยายามแสดงศักยภาพที่ดีของตัวเองออกมา รวมถึงพยายามแสดงความน่ารักเฉลียวฉลาดของตัวเองออกมาด้วย
การที่พวกเธอถูกเลือกรับไปอุปการะช่างเป็นความโชคดีของพวกเธอเสียจริงๆ ความรู้สึกของคำว่า 'บ้าน' มันจะต้องดีมากแน่ๆ
รถหรูที่ปกคลุมไปด้วยฝุ่น ค่อยๆขับห่างออกมาจากสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าซอมซ่อแห่งนั้น 5 ปีสำหรับชีวิตเด็กกำพร้าของพวกเธอ ถูกปิดฉากลงนับตั้งเเต่บัดนั้น
สิ่งที่พวกเธอจะต้องเผชิญ มันจะเป็นอย่างไรต่อไป ?
ภายในรถเงียบสงัด เด็กหญิงทั้งสองหันมาสบตากันอย่างเงียบๆ เด็กหญิงคนหนึ่งค่อยๆเปรยยิ้มหวานออกมา ทว่าเด็กหญิงอีกคนกลับเบนสายตาหนีด้วยท่าทางอันเย็นชา
รถหรูขับผ่านประตูรั้วเหล็กสีทองโอ่อ่าเข้ามา ผ่านสวนดอกไม้แสนสวย แล้วจึงอ้อมผ่านน้ำพุที่งดงามราวกับเมืองในฝัน จนมาหยุดอยู่ที่หน้าบ้านหรูสีขาวสไตล์ยุโรปหลังหนึ่ง บนยอดตึกเป็นเหมือนป้อมปราการยอดสูงปลายแหลม ดูคล้ายกับปราสาทก็ไม่ปาน
ผู้หญิงในชุดดำที่นั่งอยู่ด้านหน้า เดินลงมาจากรถก่อน จากนั้นจึงเดินมาเปิดประตูเบาะนั่งด้านหลัง
" เชิญลงจากรถได้ "
ขณะที่หญิงชุดดำกำลังพูดอยู่นั้น ท่าทางของเธอก็ดูเหมือนชุดดำๆของเธอไม่มีผิด ! บุคลิกของเธอเคร่งขรึม แข็งกระด้าง กล้ามเนื้อบนใบหน้าของเธอแทบไม่ขยับ เสมือนหุ่นยนต์ที่ไร้ความรู้สึกยังไงยังงั้น
หัวน้อยๆค่อยๆโผล่ออกมาจากรถ หลังจากทะลุผ่านความมืดออกมาเห็นแสงสว่างเจิดจ้าของโลกภายนอก ประกอบกับตึกสวยสีขาวที่ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า ยิ่งทำให้ทุกอย่างดูเปล่งประกายระยิบระยับขึ้นไปอีก
จิตวิญญาณเละพัฒนาการของเด็ก 6 ขวบ ยังเป็นวัยที่มีความกระตือรือร้นที่อยากจะทำอะไรตามใจตัวเอง มีความคิดที่เป็นอิสระ ดังนั้นเมื่อเด็กหญิงทั้งสองได้เห็นภาพอันงดงามหรูหราที่ปรากฏอยู่ตรงหน้า จึงทำให้พวกเธอดูจะแฮปปี้กระดี๊กระด๊าขึ้นมาทันที
พวกเธอกำลังจะกลายเป็นเจ้าหญิงในปราสาทแห่งนี้ใช่มั๊ย ?ความสุขของชีวิตกำลังจะเริ่มต้นจากที่นี่เเล้วสินะ
" ตามฉันมา " หญิงชุดดำเดินนำไปข้างหน้า ด้วยสีหน้าที่ยังคงไร้อารมณ์เช่นเคย ในมือของเธอถือกระเป๋าเอกสารเอาไว้ ซึ่งในนั้นคงจะมีบางอย่างที่เป็นตัวกำหนดชะตากรรมของพวกเธออยู่ด้วยเป็นแน่
หญิงชุดดำเดินนำหน้าพวกเธอ ส่วนเด็กหญิงทั้งสองเดินตามหลังอย่างกระชั้นชิดด้วยเกรงว่าจะพลัดหลงทาง ทว่าดวงตาอันบริสุทธิ์ไร้เดียงสา กลับถูกสิ่งสวยงามที่อยู่เบื้องหน้าดึงดูดความสนใจจากพวกเธออยู่ตลอดเวลา จนมิอาจละสายตาไปได้
พวกเธอพากันเดินขึ้นไปบนบันไดวนที่ทำจากไม้ เเล้วจึงหยุดอยู่ตรงหน้าประตูห้องๆหนึ่งซึ่งประตูมีสีแดงเข้ม " ก๊อก ก๊อก " หญิงชุดคำเคาะประตูไปสองครั้ง
" เข้ามา "
เสียงทุ้มต่ำของชายคนหนึ่งดังขึ้น ฟังดูคล้ายกับเสียงคนที่เพิ่งจะตื่นนอน
คนที่อยู่ในห้องนั้นจะเป็นยังไงนะ จะยังหนุ่มหรือว่าแก่ ?ในหัวของเด็กหญิงทั้งสองเต็มไปด้วยความตื่นเต้นเเละอยากรู้อยากเห็น
ทันทีที่ผลักบานประตูเปิดออกก็พบว่าในห้องนั้นมืดตึ๊ดตื๋อ เเต่ก็ยังพอจะเห็นลางๆเป็นเค้าโครงของเตียงขนาดใหญ่หลังหนึ่ง แสงสว่างที่ลอดเข้ามาจากภายนอกก็มิอาจทำให้ห้องนั้นดูสว่างขึ้นมาได้
" ไปเปิดผ้าม่านที "
" ค่ะ ท่านประธาน " หญิงชุดดำรีบเดินไปเปิดผ้าม่านกำมะหยี่สีดำ ด้วยความกระฉับกระเฉงคล่องเเคล่ว
เเสงอาทิตย์สาดส่องเข้ามาภายในห้อง ปรากฏให้เห็นร่างของชายคนหนึ่งที่กำลังกึ่งนอนกึ่งนั่งพิงหัวเตียงอยู่ ผ้าห่มถูกเปิดออกครึ่งจนเผยให้เห็นชุดนอนผ้าไหมสีเทา ชายหนุ่มผมเผ้าดูยุ่งเหยิง ตาปรือสะลึมสะลือจากการเพิ่งตื่นนอน เขารีบปรับสายตาของเขาให้กลับมาคมชัดอีกครั้ง ชายหนุ่มค่อยๆลืมตาขึ้น ใบหน้านั้นหล่อเหลาคมคาย ดุจดั่งหยกอันสุกใสแวววาว ขาวผ่องเกลี้ยงเกลา มีเสน่ห์เเละสมบูรณ์แบบจนหาที่ติไม่ได้
เด็กหญิงทั้งสองได้เเต่มองชายหนุ่มที่อยู่บนเตียงจนตาค้าง จิตใจเริ่มกระสับกระส่าย ประหนึ่งเหมือนกำลังจะโดนสอบสวนยังไงยังงั้น มือน้อยๆเริ่มประสานกันเเน่น
" เอาข้อมูลมาดูหน่อย "
ตอน 4
บทที่ 4 ความทรงจำเมื่อครั้งถูกรับอุปการะ (2)
" รับทราบค่ะ ท่านประธาน "
หญิงชุดดำหยิบเอกสารออกมาจากกระเป๋าเอกสารของเธอส่งให้กับกสิณ เอกสารปึกนั้นเป็นกระดาษ A4 เก่าๆ แผ่นบางๆ
กสิณรับเอกสารนั้นมาวางเอาไว้ข้างๆ เขาไม่คิดที่จะเปิดมันดูเดี๋ยวนั้น ชายหนุ่มเชยตามองไปที่สาวชุดดำ ก่อนจะพูดก