ตอน 2

คุณหนูของข้า

บทที่ 2 คุณหนูท่านไม่บ้าแล้ว

“ข้าทำไมหรอ?” เซี่ยอีอีฟังมานานมาก แต่กลับไม่เข้าใจอะไรเลย องค์ชายอะไร? อ๋องหยงอะไร? อะไรท่านยาย นายท่าน นางไม่เข้าใจเลยสักอย่าง

เมื่อเห็นเซี่ยอีอีสีหน้าไม่ได้มีอาการปัญญาอ่อนเลย ตงวี่ตื่นเต้น ก็เลยพูดว่า: “คุณหนูท่านไม่บ้าแล้วหรือเจ้าค่ะ? แต่ว่า ...... เสื้อผ้านี่ ......” ในเมื่อไม่บ้าแล้ว ทำไมเสื้อผ้ายังใส่ผิดอีก?

เมื่อได้ยินดังนั้น เซี่ยอีอีก็กระตุกมุมปาก บ้าหรอ? ไอคิวของเซี่ยอีอีสองร้อยสามสิบนะ หากว่าเธอบ้า ในโลกนี้จะยังมีคนฉลาดอีกหรอ? แต่เมื่อมองไปที่เสื้อผ้าที่วุ่นวายบนตัว ตอนนี้เธอเริ่มสงสัยแล้วว่าไอคิวของตัวเองนั้นลืมทิ้งไว้ในโลกปัจจุบันหรือเปล่า

ในตอนนี้เอง เสียงวุ่นวายก็ดังมาจากด้านนอกลานบ้าน เซี่ยอีอีค่อยๆขมวดคิ้วขึ้น ในใจรู้สึกว่าไม่ค่อยปลอดภัย เธอมองตงวี่ยิ้มแล้วพูดว่า: “เจ้าบอกว่าที่นี่ไม่ควรอยู่นานไม่ใช่หรอ? งั้นเราไปกันเถอะ ข้าเหนื่อยแล้ว อยากนอน” เธอเหนื่อยมากจริงๆ ไม่รู้ทำไม เธอรู้สึกว่าตัวของเธอหนักๆ อีกทั้งเมื่อกี้ก็ทรมานอยู่นานทีเดียว ทำให้เธอรู้สึกไม่ค่อยสบายไปทั้งตัว

เสียงความเคลื่อนไหวด้านนอกไม่เบาเลย ตงวี่ก็เริ่มรู้สึกกลัว เมื่อได้ยินเซี่ยอีอีพูดแบบนี้แล้ว นางก็พยักหน้า แต่ก็เดินไปได้แค่ไม่กี่ก้าว ตงวี่ก็จ้องไปที่เสื้อผ้าของเซี่ยอีอีแล้วก็พึมพำว่า “คุณหนูชุดไปเปื้อนอะไรมาเจ้าค่ะ?”

เซี่ยอีอีหันไปมองนาง แล้วก็มองไปตามสายตาของนาง เมื่อนางเห็นคราบสีเข้มเปื้อนอยู่บนผ้าสีขาว มุมปากก็รู้สึกสั่น

นางรีบดึงตงวี่ที่อยากนั่งลงไปเพื่อตรวจดูเสื้อ แล้วพูดว่า: “ไม่มีอะไร น่าจะไม่ระวังเหยียบโดนมั้ง กลับไปเปลี่ยนก็น่าจะได้แล้ว”

ตงวี่พยักหน้า เพราะนี่ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร แค่เสื้อผ้าที่เปื้อนแล้วเท่านั้น เปลี่ยนก็ได้แล้ว

......

เมื่อกลับถึงลานหนาน เซี่ยอีอีก็เปลี่ยนเสื้อที่มีคราบเปื้อนเลือดออก เมื่อผ่านไปครู่หนึ่ง ตงวี่ก็วิ่งหอบเข้ามา “คุณหนู เกิดเรื่องแล้ว อ๋องหยงถูกลอบทำร้ายในจวนของเรา ตอนนี้ในจวนกำลังค้นยกใหญ่เลย คิดว่าอีกไม่นานก็น่าจะค้นมาถึงเราแล้วเจ้าค่ะ”

เมื่อกี้ได้ยินนางพูดถึงอ๋องหยง แต่ว่าอ๋องหยงเป็นใครกัน? ถูกลอบทำร้าย? อย่าบอกนะว่าเป็น ......

เป็นไปไม่ได้หรอก เธอไม่น่าจะโชคร้ายขนาดนั้นมั้ง! เธอไม่ได้ไปทำร้ายเขา ก็แค่ปล้ำเขาเท่านั้นเอง จะบอกว่าเสียหายก็น่าจะเป็นเธอมากกว่าที่เสียหาย เขาไม่มีเหตุผลที่จะต้องตามหาเธอด้วยการตีฆ้องร้องกล่าว!

“เมื่อกี้ ที่เจ้าบอกว่าข้าอยากเจอองค์ชายสี่ ทำไมหรอ?” เรื่องราวของที่นี่เธอรู้น้อยมาก หากเกิดเรื่องอะไรขึ้นมา เธอก็ไม่มีวิธีรับมือเลย

ตงวี่เม้มปาก มองเซี่ยอีอีด้วยความเห็นใจแล้วพูดว่า: “องค์ชายสี่เป็นคู่หมั้นของท่าน แต่ว่า องค์ชายสี่ไม่ค่อยชอบคุณหนูเท่าไหร่เจ้าค่ะ เขาชอบบอกว่าท่านปัญญาอ่อน แต่ว่าคุณหนูก็แอบมีใจให้กับองค์ชายสี่ ดังนั้นตงวี่เดาว่า เมื่อกี้ท่านก็น่าจะไปหาองค์ชายสี่เจ้าค่ะ”

เซี่ยอีอีพยักหน้า เธอเข้าใจเรื่องนี้แล้ว หมายความว่าผู้ชายไม่มีใจแต่ผู้หญิงมีใจ แต่ว่ายังดี ที่องค์ชายสี่ไม่ชอบเธอ ไม่งั้นคงแย่แน่ๆ

เซี่ยอีอียื่นเสื้อคราบขาวไปให้กับตงวี่ “เอาไปซักให้ข้าที ซักตอนนี้เลยนะ อย่าให้ใครเห็นล่ะ”

“ได้ บ่าวจะไปเดี๋ยวนี้” พูดจบ ตงวี่ก็หอบเสื้อเดินไป

“เฮ้ เดี๋ยวก่อน”

ตงวี่หยุดเดิน แล้วหันไปมองเซี่ยอีอีแล้วถามว่า: “คุณหนูมีอะไรจะสั่งอีกหรอ?”

เซี่ยอีอีกัดริมฝีปากเบาๆ คิดไปครู่หนึ่ง “ข้าชื่ออะไรหรอ?”

ก่อนหน้านี้เซี่ยอีอีมีอาการบ้ามาก ไม่รู้ว่าตัวเองชื่ออะไร ตงวี่ก็เลยไม่รู้สึกแปลก นางมองไปที่เซี่ยอีอีแล้วยิ้มเบาๆ แล้วพูดว่า: “อีอี เซี่ยอีอี ฮูหยินหวังว่าคุณหนูจะมีที่พึ่ง ดังนั้นก็เลยตั้งชื่อนี้ให้”

ได้ยินดังนั้น เซี่ยอีอีก็อดยิ้มไม่ได้ ที่แท้ เธอก็ยังเป็นเซี่ยอีอีอยู่!

ตงวี่หอบเสื้อผ้ายังไม่ทันจะพ้นประตู นอกลานบ้านก็มีคนกลุ่มหนึ่งเดินมา ปกติที่นี่คนไปๆมาๆน้อยมาก แต่วันนี้ทั้งนายทั้งบ่าวมากันมากมาย ตงวี่รู้สึกหวาดผวา

นางหันไปมองเซี่ยอีอีที่อยู่ในห้อง เห็นนางเดินไปที่เตียง ดึงผ้าห่มมาแล้วก็นอน

ตงวี่เดินออกจากประตู “นายท่าน ฮูหยิน นี่คือ ......”

เซี่ยเหวียนฉีค้อนมองไปที่ตงวี่ “อีอีล่ะ?”

“คุณหนูนอนแล้วเจ้าค่ะ ” เมื่อได้ยินอย่างนั้น เฉินซื่อก็ส่งเสียงอุทานเย็นชาออกมา แล้วมองไปที่ประตูห้องที่ยังไม่ได้ปิดสนิมแล้วพูดว่า: “โห วันนี้นางนอนเร็วดีนะ คนบ้านี่มันดีจริงๆนะ ไม่ต้องใช้สมอง”

เมื่อได้ยินดังนั้น ตงวี่ก็รู้สึกไม่ค่อยพอใจ แต่นางก็ไม่กล้าบอกว่าเซี่ยอีอีไม่บ้าแล้ว นางยืนมององค์ชายสี่ที่ยืนอยู่ข้างๆ แล้วก็ตั้งใจพูดออกไปว่า: “คุณหนูอารมณ์ไม่ค่อยดีก็เลยนอนเร็ว ไม่ได้เป็นอย่างที่ฮูหยินพูดแบบนั้นเจ้าค่ะ”

เมื่อเห็นตงวี่กล้าที่จะพูดเถียง เซี่ยฮูหยินโกรธมากจนอยากจะเดินขึ้นหน้าไป แต่ยังไม่ทันจะได้ก้าวเท้า ก็ถูกสายตาอันไร้ความมรู้สึกหยุดเอาไว้ที่เดิม เห็นอ๋องหยงที่สีหน้าท่าทางเย็นระเยือกราวกับน้ำแข็ง เซี่ยฮูหยินหลบตัวไปโดยไม่รู้ตัว

คุณหนูสี่แห่งตระกูลเซี่ยปัญญาอ่อนตั้งแต่เด็ก ถึงแม้เหว่ยหมิงจะไม่เคยเจอ แต่เพราะนางถูกหมั้นหมายกับเหว่ยเฉินตั้งแต่เล็กก็พอได้ยินมาบ้าง เขาไม่เคยคิดมาก่อนว่าผู้หญิงที่กล้าบ้าบิ่นเมื่อกี้จะเป็นคนบ้าในตำนาน แต่ว่าเขาก็ตามหาทั่วจวนตระกูลเซี่ยแล้ว มีเพียงหลังนี้เท่านั้นที่ยังไม่ได้ค้น

ด้วยความไม่ตั้งใจ สายตาก็เหลือบไปเห็นชุดที่อยู่ในมือของตงวี่ เหว่ยหมิงยื่นมือออกไปคว้าชุดมา มองดูรอยเลือดที่อยู่บนนั้น สายตาทั้งคู่ก็กลายเป็นเหมือนเหยี่ยว “นี่ชุดของใคร?”

น้ำเสียงที่เลือดเย็นราวกับลมพัดหนาวเย็น ทำให้คนรู้สึกสั่นไหว ตงวี่กลัวจนพูดจาติดขัด “เป็น ...... เป็นของคุณหนูข้าเจ้าค่ะ”

เหว่ยหมิง เป็นองค์ชายเพียงองค์เดียวที่ฮ่องเต้แต่งตั้งให้เป็นอ๋อง แถมยังเป็นคนที่ได้รับการจับตามากที่สุดคนหนึ่ง เขาหน้าตานิ่งราวกับน้ำแข็ง สายตาเด็ดเดี่ยวอาฆาต เพราะมีผลงานการรบมากมาย ฮ่องเต้เลยปฏิบัติกับเขาพิเศษกว่าคนอื่น เหล่าบรรดาอ๋องและขุนนางน้อยใหญ่ต่างเคารพยำเกรงเขาเป็นอย่างมาก คนประเภทนี้ตงวี่มีเหตุผลอะไรที่จะไม่กลัวจริงไหม?

เหว่ยเฉินยืนอยู่ข้างๆเขา มองไปที่ชุดสีขาวเปื้อนเลือด เหมือนกับว่ามีอะไรจะพูด “ท่านพี่ ชุดนี้มันมีอะไรหรอ?”

เหว่ยหมิงค่อยๆยกมันขึ้นมา โดยไม่ได้สนใจคำพูดของเหว่ยเฉิน เขามองไปที่ห้องที่เปิดเอาไว้ครึ่งหนึ่ง ไม่พูดอะไรแล้วก็เดินเข้าไป ในตอนนี้ เซี่ยเหวียนฉีก็รีบเดินตามเข้าไป ถึงแม้เซี่ยอีอีจะบ้า แต่ยังไงซะก็เป็นห้องนอนส่วนตัวของลูกสาว จะให้อ๋องหยงเดินเข้าไปคนเดียว มันดูไม่สมควร

ภายในห้อง เหว่ยหมิงเดินตรงเข้าไปที่เตียง แล้วดึงคนที่อยู่บนเตียงขึ้นมา เมื่อเขาเห็นผ้าขาวที่อยู่บนมือของนางเปื้อนเลือด คิ้วก็พลันขมวดขึ้นมา

ถึงแม้เซี่ยอีอีจะยังไม่หลับ แถมยังได้ยินที่พวกเขาคุยกันนอกประตูทั้งหมด นางรู้แล้วว่าเสื้อที่เปื้อนเลือดคงปิดไม่ได้แล้ว แล้วก็รู้แล้วว่าอ๋องหยงที่ถูกลอบทำร้าย ก็คือชายที่ถูกตัวเองกดทับ น้ำเสียงที่เอ่ยปากขึ้นมาก็ให้ความรู้สึกเหมือนถูกแช่แข็ง ใครที่เคยได้ยินคงไม่มีวันลืมได้

แต่มีเรื่องหนึ่งที่ทำให้เซี่ยอีอีรู้สึกกลัดกลุ้ม ต่อให้นางเอาเปรียบเขา แต่ก็ไม่ได้เป็นการลอบทำร้ายไม่ใช่หรอ? ถึงแม้ในตอนนั้นนางจะรุนแรง แต่ยังไงก็ยังเป็นผู้หญิง ก็ยังอ่อนโยนอยู่ดี แล้วก็ไม่ได้ใช้กำลังกับเขา จะถือว่าเป็นการลอบทำร้ายได้อย่างไร! คนๆนี้กำลังพูดโกหกแบบหน้าด้านๆ!

นิยายแนะนำยอดฮิต

ตอน 3

บทที่ 3 ใส่ร้ายนาง

“เจ้าคือเซี่ยอีอีงั้นหรอ?” เหว่ยหมิงจ้องไปที่หน้าของนาง แต่ก็ไม่สามารถยืนยันได้ว่านางคือผู้หญิงคนนั้น เขาจำได้แค่ว่านางมีดวงตาที่เปล่งประกายคู่หนึ่ง แต่คนตรงหน้ากลับ ......

“องค์ชายสี่ ท่านมาหาข้าแล้ว!” เซี่ยอีอีมองเขาแบบบ้าๆบอๆอยู่ค่อนวัน แล้วก็พุ่งตัวเข้าไปใส่เหว่ยหมิง มือทั้งสองโอบที่เอวของเขา

นางบ้านี่ถูกไหม ในเมื่อบ้าแล้วจะทำอะไรก็คงไม่เป็นอะไรจริงไหม? ยังไงซะเรื่องที่สนิทชิดเชื้อกว่านี้เมื่อกี้ก็ทำไปแล้ว ตอนนี้ก็แค่กอดเอว ไม่ทำให้เนื้อหนังหลุดหรอกเนอะ เพราะแค่อยากจะปิดบังเรื่องเลือดที่ออก ยังมีอะไรที่นางทำไม่ได้อีกงั้นหรอ?

เหว่ยหมิงตัวแข็งไปทั้งตัว ไม่ทันได้รู้สึกถึงความคุ้นเคยนี้ ก็ได้ยินนางเรียกตัวเขาว่าเหว่ยเฉิน เขาใช้มือในการดึงมือเล็กๆคู่นั้น แล้วสบัดนางไปที่เตียง จ้องนางด้วยสีหน้าท่าทางเกรี้ยวกราด “ใครอนุญาตให้เจ้าแตะต้องตัวข้า?”

เซี่ยอีอีถูกเขาสบัดจนศีรษะชนเข้า นางกัดฟัน ในใจรู้สึกไม่พอใจมาก พิเศษอะไรนักหนา นิสัยแย่ขนาดนี้ นางอยากจะถูกตัวใครก็จะทำ จำเป็นต้องให้ใครมาอนุญาตหรือไง? เมื่อกี้หากรอจนเขาอนุญาต ไม่แน่พวกเขาทั้งคู่อาจจะจบกันแล้วก็ได้

เซี่ยอีอีเพิ่งจะลุกขึ้นมาจากเตียง ก็เห็นเซี่ยเหวียนฉี เฉินซื่อ กับพี่น้องกลุ่มหนึ่งเดินเข้ามาด้านใน นางข่มความโกรธเอาไว้ในใจ เม้มปาก แล้วกอดตัวเองนั่งอยู่บนเตียงด้วยความหวาดกลัว น้ำตาไหลลงมาราวกับน้ำตก ปากก็บ่นไม่เป็นภาษาไม่รู้ว่าพูดอะไรอยู่

เมื่อเห็นนางเป็นแบบนั้น เหว่ยหมิงรำคาญเลยหันหลังไป กำลังจะเดินไป เหว่ยเฉินก็เดินขึ้นหน้ามา “ท่านพี่ทำไมจะไปแล้วล่ะ? ไม่ตรวจสอบหาคนที่ลอบทำร้ายท่านแล้วหรอ?”

ถึงแม้ว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อครู่จะเกิดที่บ้านตระกูลเซี่ย แต่ว่าเหว่ยหมิงก็ไม่ได้ไม่สงสัยในตัวของเหว่ยเฉิน เพียงแต่ว่าเขาไม่เข้าใจว่า หากเป็นเขาจริง เป้าหมายของเขาคืออะไร ไม่ได้จะเอาชีวิตเขา เพียงแต่ต้องการให้เขาถูกพิษแล้วส่งผู้หญิงมาให้เขาหนึ่งคน เขาทำอะไรให้วุ่นวายแบบนี้แค่เพื่อหยั่งเชิงดูว่าเขาจะถูกเนื้อต้องตัวผู้หญิงหรือไม่งั้นหรอ?

“ยังไงซะคุณหนูเซี่ยก็เป็นคนของน้องสี่ ในฐานะพี่ชายก็ต้องไว้หน้าบ้าง”

เหว่ยหมิงรู้ดีว่าสิ่งที่เหว่ยเฉิงหลีกเลี่ยงที่จะพูดถึงมากที่สุด ก็คือคุณหนูสี่คนบ้าของบ้านตระกูลเซี่ย แต่ว่าหากว่าเขาไม่แตะไปยังเส้นตายของตัวเขา เขาก็คงไม่ใช้เรื่องนี้มาเหน็บแนมเขาอย่างนี้หรอกจริงไหม? ในตอนนี้เรื่องที่เขาถูกลอบทำร้ายไม่พบตัวผู้บ่งการ เขากลับโดดออกมาพูดในเวลาแบบนี้ เท่ากับว่ากำลังหาเรื่องให้กับตัวเองชัดๆ

เมื่อเห็นเหว่ยเฉินสีหน้าเริ่มเปลี่ยนไป เหว่ยหมิงก็เปลี่ยนการมองไปทางอื่น “ขุนเซี่ย ข้าถูกลอบทำร้ายในจวนของเจ้า ข้าให้เวลาเจ้าสามวันหาตัวคนร้ายออกมาให้ได้ ไม่งั้น เจ้ารู้ใช่ไหมว่าข้าจะทำยังไง”

“เอ่อ ......” เซี่ยเหวียนฉีสีหน้าลำบากใจ ไม่กล้ารับปาก แต่ยิ่งไม่กล้าไม่รับปาก สามวัน ต่อให้สามสิบวันก็ไม่แน่ว่าจะหาเจอไหม!

ในตอนนี้เอง คุณหนูรองแห่งบ้านตระกูลเซี่ยวี่เสวียน นางเดินไปที่ข้างเตียงแล้วกวักมือเรียกเซี่ยอีอีมา “อีอี มาหาพี่มา”

น้ำเสียงอันอ่อนโยน ใครได้ยินก็คงรู้สึกว่านางจะต้องเป็นพี่สาวที่รักน้องมากๆคนหนึ่ง เซี่ยอีอีมองไปที่นาง แล้วก็มองไปที่ตงวี่ที่ยืนอยู่ไกลๆ เมื่อเห็นหน้าตงวี่ที่เป็นกังวล นางก็รู้ทันทีว่า ‘พี่สาวที่ดี’ ที่เปลือกนอกอ่อนโยนคนนี้จะต้องไม่เป็นอย่างที่คิดแน่ๆ

เซี่ยวี่เสวียนเห็นนางยังคงหลบอยู่บนเตียงไม่ยอมออกมา ก็เลยหันหน้าไปมองสาวใช้ สาวใช้ก็เลยยกเอาของว่างที่อยู่บนโต๊ะที่ข้างเตียง เซี่ยวี่เสวียนหยิบขึ้นมาชิ้นหนึ่ง แล้วก็พูดกล่อมว่า: “อีอีเด็กดี มากินขนมมา”

เมื่อเห็นขนมในมือของเซี่ยวี่เสวียน สายตาของเซี่ยอีอีเยาะหยัน อารมณ์ในดวงตานั้นเซี่ยวี่เสวียนไม่เห็น นางโน้มตัวเล็กๆของนางขยับเข้าไปใกล้ ยื่นมือมาหยิบขนมในมือของเซี่ยวี่เสวียน เซี่ยวี่เสวียนยื่นขนมให้กับนาง แล้วก็จับแขนอีกข้างของนางเอาไว้

เซี่ยอีอียัดขนมเข้าปากไปหมด แล้วพูดจาอุบอิบว่า: “ท่านพี่จะทำอะไร?”

เซี่ยวี่เสวียนค่อยๆดึงแขนเสื้อของนางขึ้น สายตาที่อ่อนโยนหายไป สิ่งที่มาแทนที่ในพริบตาก็คือความรังเกียจ ทันใดนั้นเอง เซี่ยวี่เสวียนก็พูดด้วยความตกใจว่า: “แต้มพรหมจรรย์ของน้องหายไป”

เสียงดังเพียงพริบตาเดียวทำให้เกิดเสียงซุบซิบขึ้นมา เหว่ยหมิงหันกลับมาด้วยความฉงน มองไปที่เซี่ยอีอีที่ท่าทางบ้าบอ เห็นนางที่เอาแต่ห่วงของกินที่อยู่ในมือ ท่าทางที่ปัญญาอ่อนแบบนั้น ราวกับไม่รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้น

ตงวี่เห็นดังนั้น ก็กังวลขึ้นมา นางอยู่ข้างกายนางตลอดทั้งวัน แต่แต้มพรหมจรรย์กลับหายไป? นางไม่รู้เลยว่าเซี่ยวี่เสวียนทำอะไรนาง แต่กลับรู้ว่า เรื่องพัวพันมาถึงนางแน่นอน

เซี่ยอีอีกินของว่างชิ้นสุดท้ายในจาน แล้วก็เช็ดมือไปบนเสื้อผ้า เงยหน้าขึ้นมามองทุกคนแบบบ้าๆบอๆ แล้วก็บ่นๆว่า:“แต้มพรหมจรรย์คืออะไร? กินได้ไหม?” พูดแล้วก็ยกแขนเสื้ออีกข้างหนึ่งขึ้นมา

ผิวขาวอวบอิ่มราวกับหิมะ จุดแต้มสีแดงสะดุดตา เซี่ยอีอีกางแขนออกไป เป็นมุมที่สามารถทำให้ทุกคนเห็นแต้มพรหมจรรย์ที่ยืนยันความบริสุทธิ์ของเธอได้

ถึงแม้ว่าเซี่ยอีอีจะไม่รู้ว่าก่อนที่เธอจะมายังโลกแห่งนี้ เจ้าของเดิมของร่างนี้จะเจออะไรมาบ้าง แต่ในเมื่อให้นางกินยากำหนัดเข้าไป แล้วก็วางยาประเภทเดียวกันให้กับอ๋องหยง นั่นก็แสดงว่ามีคนตั้งใจจะทำร้ายนาง

เมื่อฟังเรื่องจากตงวี่แล้ว เธอก็พุ่งเป้าไปที่องค์ชายสี่ ในเมื่อเขาไม่ชอบนาง แต่สิ่งที่เธอคิดไม่ถึงก็คือ เขามีผู้ช่วยด้วย พี่สาวของตัวเองกับคู่หมั้นร่วมมือกันคิดจะทำลายความบริสุทธิ์ของนาง ส่วนจะเป็นเพราะอะไร ยังคิดไม่ได้

ยังดีที่ไอคิวสองร้อยสามสิบของตัวเธอนั้นตามเธอมายังโลกนี้ด้วย ดังนั้นบทที่ตงวี่ถ่วงเวลาที่นอกประตู เธอก็ได้ใช้เข็มจิ้มไปที่จุด แล้วใช้เลือดของตัวเองทำของปลอมขึ้นมา

ทันใดนั้นเอง เซี่ยอีอีก็ลุกจากเตียง เธอเลียนแบบเซี่ยวี่เสวียนดึงแขนของนางไว้ แต่ว่า เปลี่ยนจากการดึงแขนเป็นการกระชาก ยังไงซะเธอก็เป็นคนบ้านี่จริงไหม? หากทำแบบเซี่ยวี่เสวียนค่อยๆทำ มันก็จะดูไม่บ้าเนอะ?

เซี่ยอีอีใช้แรงมือเยอะมาก เซี่ยวี่เสวียนแทบจะสลัดทิ้งไม่ได้ เซี่ยวี่เสวียนไม่รู้เลยว่าเธอจะทำแบบนี้ ยังไม่ทัยจะได้ตกใจ ก็ได้ยินเสียง ‘แควก’ ผ้าซับในก็พลอยขาดไปกับแขนเสื้อด้วย

เห็นแขนทั้งสองข้างที่ไม่มีร่องรอยอะไรเลย เซี่ยอีอีก็แอบยิ้มมุมปาก ที่แท้คนที่มั่วมีอะไรกับคนอื่นเป็นนาง น่าขันจริงๆ ตัวเองเป็นผู้หญิงหยำฉา แต่กลับวิ่งมาใส่ร้ายเธอ

“ฮ่าฮ่า แต้มพรหมจรรย์ของท่านพี่หายไปแล้ว ฮ่าฮ่าฮ่า แต้มพรหมจรรย์ของท่านพี่หายไปแล้ว” เซี่ยอีอียืนอยู่บนพื้น แล้วตบมือหัวเราะ

คำพูดของคนบ้าปกติแล้วไม่มีคนเชื่อหรอก แต่ว่าแขนเสื้อทั้งสองข้างของเซี่ยวี่เสวียนถูกเซี่ยอีอีดึงขาดไปแล้ว บวกกับการปิดแขนของนาง มันยิ่งหมัดตัว

เฉินซื่อเห็นดังนั้นก็ตกใจ รีบเดินเข้าไปดึงแขนนางออก เมื่อเห็นแขนของนางไม่มีร่องรอยอะไรเลย นางตกใจจนพูดอะไรไม่ออกอยู่นานมาก ‘เพี๊ยะ’ พริบตาเดียวก็มีมือตกลงมาอย่างรวดเร็ว รอยแดงนิ้วมือทั้งห้าปรากฏอยู่บนใบหน้าของเซี่ยวี่เสวียน “เจ้า ขายหน้าไหม?”

นิยายแนะนำยอดฮิต

ตอน 4

บทที่ 4 ชายคนนี้โรคจิตหรือเปล่าเนี้ย

เมื่อเห็นดังนั้น เซี่ยอีอีก็ยิ้มมุมปาก แต่กลับถูกสายตาอันเยือกเย็นน่ากลัวทำให้ตกใจ อะไรเนี่ย ผู้ชายคนนี้โรคจิตหรือเปล่า มีเรื่องสนุกให้ดูไม่ดู มองเธอทำไม?

เซี่ยอีอีแกล้งทำเป็นหดตัวกลัว ก้มหน้ากัดเล็บ “แต้มพรหมจรรย์คืออะไร กินได้ไหม?”

ตง

ปลดล็อกตอน 4
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อดำเนินเรื่องราวต่อไป ทุกตอนที่ปลดล็อกคือแรงใจในการสร้างสรรค์ผลงาน
ยอดเหรียญคงเหลือ: 0 เหรียญ
นิยายแนะนำยอดฮิต