ตอน 2
ขอบคุณนะ คุณหวาง
บทที่2
หญิงสาวโมโห ดึงผ้าห่มปิดแสงในฤดูใบไม้ผลิที่ส่องสว่าง จ้อง มองดวงตาแล้วพูดว่า “ทำไมถึงปืนขึ้นมาบนเตียงฉัน? เมื่อคืน คุณทําอะไรกันแน่?”
“คนที่ให้ท่าฉันไม่ใช่คุณหรือไง” ซ่างกวนรุ่ยซินรีบใส่เสื้อผ้า
พร้อมอธิบาย
“แต่คนที่คุณทำให้เสียหายก็คือฉันนะ”
ผู้หญิงคนนั้นร้องตะโกนด้วยความโกรธ ทั้งทุบทั้งตี แต่เพราะ นี่ถือเป็นครั้งแรก ใบหน้าจึงเป็นสีแดง ท่าทางที่ทั้งอายทั้ง กังวลดูมีเสน่ห์ยิ่งนัก
ช่างกวนรุ่ยซินที่เมื่อสักครู่นั่งก้มหน้าจู่ๆ ก็เงยหน้าขึ้นโดยไม่ ตั้งใจ เขาเหลือบไปเห็นขาขาวของหญิงสาวที่ไม่ได้ปิดให้มิดชิด เขากลืนน้ำลาย เกิดความรู้สึกผิดในใจ
ความรู้สึกผิดเกิดขึ้น เมื่อคืนตอนแรกแค่ดื่มเหล้าต้อนรับอย่าง อบอุ่นของผู้จัดการแผนกบุคคล เขาดื่มจนเมามาย จำได้แต่เพียง ว่าตัวเองควรล้างกายและรอโสเภณีแผนกบุคคลมาหลายกฎ แล้วมาอยู่บนเตียงของผู้หญิงแปลกหน้าได้อย่างไรกัน?
เขาเป็นเพียงแค่พนักงานระดับล่างของบริษัทเท่านั้น ใช้ชีวิต เช้าชามเย็นชาม ใครจะคิดว่าบริษัทจะมีผู้จัดการแผนกบุคคลที่ บินมาจาก เกาะ ในฐานะนายหญิงคนใหม่ปฏิรูปยกใหญ่ ผู้จัดการแผนกบุคคลยังไม่มา ข่าวการปลดพนักงานจํานวนมาก แพร่กระจายไปทั่วบริษัท ทำให้ผู้คนในบริษัทตื่นตระหนก
บริษัทต้องการปลดพนักงาน สําหรับคนอย่างช่างกวนรุ่ยซิน ที่ ไม่ทำให้บริษัท แต่สำหรับคนที่หาเช้ากินค่ำถือเป็นข่าวร้ายอย่าง ที่สุด ไม่ต้องคิดเลยว่าเขาจะต้องเป็นหนึ่งในนั้นแน่นอน เพื่อ เป็นการปกป้องตัวเอง เขาตัดสินใจสละชีวิตที่มีสีสันที่ถูกซ่อน เร้นไว้
เขารู้สึกเสียใจที่เมื่อคืนดื่มมากเกินไป ยังไม่ได้ชื่นชมร่างกาย นี้ และตัวเองยังเมามากอีกด้วย เขาจำไม่ได้ว่าเขาทำอะไรไป มากกว่านี้หรือเปล่า
เขาสบถอยู่ในใจ อยากอธิบายแต่สถานการณ์นี้ไม่ชัดเจน แล้วพูดเสียงดังออกมา “เรื่องนี้เธอเสนอฉันสนอง ตบมือข้าง เดียวไม่ดังหรอก คุณอย่ามาโทษฉันอย่างเดียว”
หวางหลิงมองตาชายหนุ่มด้วยความขยะแขยง แล้วมองดู ผ้าปูที่นอนที่ไม่ทิ้งร่องรอยไว้ใจที่แขวนอยู่บนเส้นด้ายนั้นโล่งอก
สายตาเย็นชาของเธอที่มองช่างกวนรุ่ยซิน ปรากฏความ เกลียดชังออกมาให้เห็น ถ้าความโกรธสามารถเป็นไฟเผาไหม้ ได้ ป่านนี้ช่างกวนรุ่ยซินคงไหม้เป็นขี้เถาไปแล้ว
ช่างกวนรุ่ยซินวิตกกังวลเล็กน้อย ผู้หญิงคนนี้ไม่พูดทำให้เขา สาบากใจมาก ถ้าเธอร้องเรียน เรื่องนี้ฝ่ายชายต้องเสียเปรียบ อย่างแน่นอน เมื่อพูดถึงเรื่องความไร้หัวใจไร้ยางอาย กลัวว่าผู้ หญิงคนนี้จะให้เกิดเรื่องยุ่งยาก
“อืม คุณน่าจะเป็นสาวบาร์ในโรงแรม
ขณะคิด ช่างกวนรุ่ยซินหยิบเงินห้าร้อยออกจากกระเป๋า เหลือบมองหญิงสาว พบว่าใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความ โกรธจ้องมองเขาอยู่ เขารู้สึกได้ในทันที
“แม่คุณซิ สาวบาร์สวยขนาดนี้ควรจะนุ่มนวลกว่านี้ เงินห้าร้อย จะไปพอที่ไหน ช่างเถอะ เป็นคนใช้เงินแก้ปัญหา
ช่างกวนรุ่ยซิน หยิบเงินห้าร้อยออกจากกระเป๋า จากนั้นวางลง บนโต๊ะด้วยความระมัดระวัง หญิงสาวจ้องหน้า แล้วพูดว่า คุณ หมายความว่าอย่างไร?
ช่างกวนรุ่ยซินรู้สึกผิด “ฉันรู้ว่าค่าตัวคุณต้องแพงอย่าง แน่นอน แต่ฉันมีเงินมากแค่นี้ ถ้าคุณจะร้องเรียนเรื่องนี้คงไม่มี ประโยชน์ คนอาชีพเดียวกับพวกคุณไม่มีทางพบแสงสว่าง
“คุณ…”
หญิงสาวโกรธมาก คิ้วขมวดทั้งสองข้าง “คุณกล้าคิดว่าฉัน เป็นคนอย่างนั้น?”
“เฮ้ไม่ต้องอธิบายก็ได้ ทุกคนต้องเจอจุดจบเดียวกัน ฉันไป แล้ว เงินวางอยู่บนโต๊ะ ฉันมีแค่นี้ อย่าบอกว่าไม่พอ
“ออกไป”
หญิงสาวตะโกนด้วยความโกรธ หยิบที่เขี่ยบุหรี่ตรงโต๊ะข้าง เตียงเพื่อจะ”อืม คุณน่าจะเป็นสาวบาร์ในโรงแรม
ขณะคิด ช่างกวนรุ่ยซินหยิบเงินห้าร้อยออกจากกระเป๋า เหลือบมองหญิงสาว พบว่าใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความ โกรธจ้องมองเขาอยู่ เขารู้สึกได้ในทันที
“แม่คุณชิ สาวบา สวยขนาดนี้ควรจะนุ่มนวลกว่านี้ เงินห้าร้อย จะไปพอที่ไหน ช่างเถอะ เป็นคนใช้เงินแก้ปัญหา”
ช่างกวนรุ่ยซิน หยิบเงินห้าร้อยออกจากกระเป๋า จากนั้นวางลง บนโต๊ะด้วยความระมัดระวัง หญิงสาวจ้องหน้า แล้วพูดว่า คุณ หมายความว่าอย่างไร?”
ช่างกวนรุ่ยซินรู้สึกผิด “ฉันรู้ว่าค่าตัวคุณต้องแพงอย่าง แน่นอน แต่ฉันมีเงินมากแค่นี้ ถ้าคุณจะร้องเรียนเรื่องนี้คงไม่มี ประโยชน์ คนอาชีพเดียวกับพวกคุณไม่มีทางพบแสงสว่าง
“คุณ…”
หญิงสาวโกรธมาก คิ้วขมวดทั้งสองข้าง “คุณกล้าคิดว่าฉัน เป็นคนอย่างนั้น?”
“เฮ้ไม่ต้องอธิบายก็ได้ ทุกคนต้องเจอจุดจบเดียวกัน ฉันไป แล้ว เงินวางอยู่บนโต๊ะ ฉันมีแค่นี้ อย่าบอกว่าไม่พอ
“ออกไป”
หญิงสาวตะโกนด้วยความโกรธ หยิบที่เขี่ยบุหรี่ตรงโต๊ะข้าง เตียงเพื่อจะตี
ช่วงกวน ยนตกใจกระโดดหลบ หยิบโทรศัพท์มือถือวิ่ง อย่างเร็วไปที่ประตู แล้วหันกลับมาทันที ถามอย่างไม่เข้าใจ “คุณบอกว่าคุณเป็นโจรสวาท เป็นคนที่ไม่เหมาะสม แล้วทำไม คุณถึงต้องเป็นไก่?”
“เพิง”
ที่ตอบกลับเขาไปคือที่เขี่ยบุหรี่ที่อยู่บนโต๊ะข้างเตียง ช่างกวน รุ่ย นรีบออกไปจากประตู
“อย่าให้ฉันได้เจอคุณอีก ไม่อย่างนั้น…
ภายในห้องมีเสียงคำรามด้วยความโกรธ ช่างกวนรุ่ยซินวิ่งไป ไกลแล้ว ถึงประตูโรงแรมแล้วถึงได้เช็ดเหงื่อบนศีรษะด้วยความ กลัว
“อารมณ์ของสาวบาร์โกรธง่ายขนาดนี้ใช่ไหม?
“เห็นได้ชัดว่าไปคบค้ากับผู้หญิงตอแหลนั้นฝ่ายบุคคล แต่ เพราะผิดที่ผิดทางถึงได้มาผิดเตียง ไม่เพียงแต่ต้องเสียเงิน พรุ่ง นี้ผู้จัดการแผนกบุคคลทำงานต้องติดร่างแหไปด้วยแน่ ตอนนี้ไป หาผู้หญิงตอแหลนั้นคงไม่ทันแล้ว ทำอย่างไรดี? ช่างเถอะ ไปหา หลี่เสี่ยนเห้อ ให้เขาช่วยคิดหาวิธีให้ดีกว่า”
ขณะคิด ช่างกวนรุ่ยซินหยิบโทรศัพท์มือถือออกจากกระเป๋า เตรียมจะโทรศัพท์ แต่กลับตกตะลึง เพราะโทรศัพท์มือถือที่หยิบ ออกมาจากกระเป๋าไม่ใช่ของตัวเอง
“แย่จัง หรือว่าตอนที่รีบเดินออกมาจะหยิบผิด? มันเป็นรุ่นเดียวกับเธอ? ไม่สนแล้ว ไปหาหลีเลี่ยนเพ้อสำคัญกว่า
หลี่เสี่ยนเห้อเป็นผู้จัดการฝ่ายวางแผน และยังเป็นเพื่อนร่วม ชั้นสมัยเรียนมหาวิทยาลัยเพียงคนเดียว ช่างกวนรุ่ยซิน ได้เข้า มาทำงานที่บริษัทนี้ด้วยความช่วยเหลือของหลี่เสี่ยนเห้ออยู่ไม่ น้อย หลี่เสี่ยนเพ้อไม่สามารถยุ่งเกี่ยวเรื่องปลดพนักงานได้ แต่ วันนี้อยู่ในสถานการณ์ที่ไม่มีทางเลือกช่างกวนรุ่ยซินไม่มีวิธีอื่น
ร้านกาแฟที่อยู่หน้าบริษัท ชายอ้วนวิ่งมาชนหน้าช่างกวนรุ่ยซิ นอย่างรีบร้อน เพียงแค่หยิบบุหรี่ขึ้นมาบนโต๊ะแล้วจุดไฟอย่าง กระวนกระวายใจ “รีบร้อนมาหาฉันด้วยเรื่องอะไร? พรุ่งนี้ หัวหน้าคนใหม่จะมารับตำแหน่ง ข้อมูลในมือฉันยังทำไม่เสร็จ เลย มีอะไรก็รีบพูดๆ ออกมา
“เสี่ยนเห้อ คราวนี้แย่แล้ว ฉันต้องมีชื่ออยู่ในใบรายชื่อปลด พนักงานแน่ คุณช่วยฉันคิดหาวิธีติดต่อกับพนักงานระดับสูง หน่อย ”
“คุณบอกว่าตกลงกับผู้จัดการฝ่ายบุคคลแล้วไม่ใช่หรือ?”
“อย่าพูดถึงเลย พูดถึงทีไรมันน่าโมโห เมื่อคืนไปเลี้ยงต้อนรับ กะว่าจะให้ผู้หญิงตอแหลนั้นช่วยจัดการ ใครจะรู้ว่าเขาดื่มมาก เดินเข้าผิดห้อง ไปนอนกับผู้หญิงอีกคน บัดสบจริงๆ โชคดีที่เป็น สาวบาร์โรงแรม ไม่อย่างนั้นแก้ตัวอย่างไร ก็ฟังไม่ขึ้น
“ในเมื่อคุณพยายามทำ เรื่องหายนะต้องเกิดขึ้นกับคุณ ส่วน เรื่องปลดพนักงานฉันจะพยายามหาทางช่วยไปก่อนนะ ไม่ว่าง
“วันนี้ไม่ได้ถูกสาวบาร์หลอก” ช่างกวน ยนตอบด้วยความ อับอาย
หลี่เสี่ยนเห้อเสียงดังด้วยความโกรธ “ปีหนึ่งฉันช่วยคุณหา งาน ให้คุณสิบกว่างาน แต่คุณทำได้ไม่นาน จบมหาวิทยาลัยมา ตั้งนาน คุณค่าไม่อดทนเหมือนคุณบอกฉันสักเท่าไรเลย? ช่าง เถอะฉันขี้เกียจพอกับคุณ คุณติดหนี้ฉันไปตลอดชีวิต”
พูดจบ หลี่เสี่ยนเหอหยิบเงินจากกระเป๋าสองพันวางไว้บนโต๊ะ ช่างกวนรุ่ยซินหยิบเงินไปอย่างหน้าไม่อาย พร้อมพูดว่า “จู้จี้จัง พอแล้ว ฝากเรื่องปลดพนักงานไว้ด้วย
เขาพูดประโยคสุดท้ายจบ ทันใดนั้นเจอผู้หญิงคนหนึ่งแต่งตัว ตามแฟชั่นสะพายกระเป๋า อยู่หน้ากระจกร้านกาแฟเดินเข้ามา เป็นสาวบาร์ที่ ช่างกวนรุ่ยซินเจอในโรงแรมวันนี้
ช่างกวนรุ่ยซินตาเบิกโพรงแล้วหดตัวลง หมอบลงใต้โต๊ะทันที ในใจพูด “ฉันขอหลบหน่อย ตามมาถึงนี่ ต้องตามมาขอเงินกับ ฉันแน่”
“เฮ้คุณกำลังทำอะไร? เงินคุณตกแล้ว?” หลี่เสี่ยนให้อลุก เตรียมจะเดินไป เมื่อเห็นช่างกวนรุ่ยซินหมอบลงใต้โต๊ะจึงถาม
“อย่าช้า รีบจ่ายเงินแล้วไป
“บัดสบ ประสาทจะกิน
หลี่เสี่ยนเห้อต่าไปหนึ่งประโยค ลุกขึ้นจ่ายเงินเสร็จแล้วก็หัน กลับไปมองที่โต๊ะ แต่กลับไม่เห็นช่างกวนรุ่ยซิน เขาเฉื่อยชาเล็กน้อย ขี้เกียจเกินไปที่จะหันหลังกลับและออกไป เขาร้องตะโกน ออกมา “เฮ ประธานหวาง วันนี้มาทำอะไรที่นี่
หวางหลิงหน้าตาเรียบเฉย ใบหน้าปราศจากเครื่องสําอาง สวยงามมีเสน่ห์ ยิ้มอย่างสบายใจ “คุณเป็นผู้จัดการหลี ผู้จัดการ ฝ่ายวางแผน วันนี้ฉันรู้สึกคุ้นเคยกับสิ่งแวดล้อม รอทำงานวัน พรุ่งนี้…
ในขณะที่พูด หวางหลิงมองไปที่ร้านกาแฟ รู้สึกกังวลใจ เธอ ตามคนสารเลวคนนั้นเข้ามาในร้านกาแฟ แล้วทำไมถึงไม่เจอ? ในโทรศัพท์มือถือมีข้อมูลส่วนตัวมากมาย ถ้าเขาเห็นเข้าก็เสร็จ กัน
ช่างกวนรุ่ยซินไม่ได้ยินบทสนทนาระหว่างหลี่เสี่ยนเพ้อกับหวา งหลัง ตอนที่เขาให้หลี่เสี่ยนเพ้อจ่ายเงิน แล้วก็หายเข้ากลีบเมฆ ไป
ด้านนอกผับชิงสุ่ย ผู้คนเดินไปมา รถราขวักไขว่
ช่างกวนรุ่ยซินหดหู่เล็กน้อย เขาคิดไม่ถึงว่าสาวบาร์จะตามมา ถึงที่นี่ ความซวยยังคงมีอยู่ไม่จางหาย
“ไม่ได้ ฉันยังไม่ได้หยิบเงินหนึ่งพันเลย คุณและฉันไม่สามารถ ผ่านมันไปได้”
ช่างกวนรุ่ยซินสบถอยู่ในใจ สัมผัสโทรศัพท์มือถือทันทีใน กระเป๋ากางเกง เขากลอกตา ไอเดียต่างๆ นานาต่างพรั่งพรูกลางใจ
ตอน 3
บทที่3
เงินหวานเอ๋อนั่งอยู่บนโซฟา สวมเสื้อคลุมอาบน้ำ ผมยาวเปียก ไหล่ ช่างกวนรุ่ย มอดเหลือบมองไม่ได้ ในใจกลับรู้สึกเสียดาย
เมื่อสองสามวันก่อน พายุฝนพัดกระหน่ำเมือง หลังจากที่ช่าง กวนรุ่ยซินเลิกงานแล้วอยู่ในที่พักของตัวเองเห็นหญิงสาวคน หนึ่งเดินตัวเปียกท่ามกลางพายุฝน เห็นแล้วก็รู้สึกสงสาร
ผู้หญิงคนนี้ก็คือ เป็นหว่านเอื้อ
ตอนนั้นเธอสวมชุดสีขาวบริสุทธิ์ เปียกปอนไปทั้งตัว
ในจิตวิญญาณของมนุษยธรรม รวมทั้งเขาก็ถึงบ้านแล้ว ช่าง กวนรุ่ยซินนำร่มส่งให้เธอด้วยความเห็นอกเห็นใจ
จากนั้นตอนที่เขากำลังจะขึ้นบันไดเขาหันกลับมามองที่หนึ่ง
พบว่าผู้หญิงตัวเปียกโชกถือร่มเดินตามหลังเขามา
“เฮ้ ฝนตกหนักขนาดนี้ คุณจะตามฉันมาทำไมกัน? รีบกลับ บ้านไปซ” ช่างกวนรุ่ยซินตะโกนบอกเธอ
เงินหว่านเอ๋อส่งร่มคืนซางกวนรุ่ยซิน จ้องมองด้วยสายตา มืดมน พูดอย่างน่าสงสาร “พี่ชาย ให้ฉันขึ้นไปหลบฝนข้างบน หน่อยเถอะ ฉันรบกวนคุณไม่นานหรอก”
ได้ยินคำพูดอย่างนี้ช่างกวนรุ่ยซินจับกระเป๋าตังค์ทันที ได้ยิน ว่าช่วงนี้มีผู้หญิงหลอกลวงอยู่ในย่านที่อยู่อาศัย เธอแอบซ่อนอยู่ในมุมมืดของย่านที่อยู่อาศัยและใช้ความสงสารของผู้ชาย จาก นั้นหลอกเอาเงินไป ในสถานการณ์ที่คาดคิดไม่ถึงทำให้คนไม่ คาดคิด
“หรือว่าวันนี้ฉันจะโชคไม่ดีเหรอ?”
ช่างกวนรุ่นคิดอย่างเงียบๆ จึงพูดปฏิเสธไป แต่หญิงสาว ยังคงยืนกรานว่าเธอยืนตากฝนอยู่นานมีเพียงช่างกวนรุ่ยซิน เท่านั้นที่ใจดีเอาร่มมาให้เธอ แล้วยังบอกว่า ช่างกวนรุ่ยซิน เป็น คนดี เธอเป็นคนเกาะมาที่เมืองเว่ยเป็นครั้งแรก แถมกระเป๋าตังค์ ยังทำหาย บัตรประชาชนและเครดิตการ์ดที่อยู่ในนั้นหายหมด ตอนนี้เธอไม่มีทางไป หวังแต่เพียงขึ้นไปหลบฝนที่บ้านช่างกวน รุ่ยซิน รอจนฝนหยุดตกแล้วจึงไปติดต่อเรื่องเครดิตการ์ด
หลังจากที่ซางกวนรุ่ยซินมองซ้ายแลขวาอยู่นานเห็นมีแต่ผู้ หญิงคนนี้เท่านั้น จึงตอบรับให้เธอเข้าไปในห้องหลบฝนได้ เขา คิดอย่างนี้ ยังไงซะเธอก็เป็นผู้หญิงอ่อนแอคนหนึ่ง จะมาแย่งชิง อะไรกับเขาได้?
โดยไม่คาดคิด หลังจากที่ผู้หญิงคนนี้เข้ามาในห้องแล้วให้ ตายก็ไม่ยอมไปไหน ขอร้องซ่างกวนรุ่ยซิน ให้เธออยู่ต่อสักสอง สามวัน ผ่านช่วงนี้ไปแล้วเธอก็จะไปอย่างแน่นอน
ไม่ว่าจะไม้อ่อนหรือไม้แข็งเธอไม่ยอมไป แม้แต่หลี่เสี่ยนเห้อจะ พูดโน้มน้าวกี่ครั้งก็ไม่มีประโยชน์ ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม คืนนี้ช่าง กวนรุ่ยซิน เตรียมบังคับอย่างเด็ดขาด ให้เธอไปให้ได้
เมื่อเห็นซ่างกวนรุ่ยซินนั่งบนโซฟาอย่างจริงจัง จิตใจของเงินหว่านเมื่อสงบนิ่ง เธอรู้ว่าชายที่อยู่ตรงหน้าเธอต้องการให้เธอไป แต่ครั้งนี้เธอหนีออกจากบ้านอย่างไร้ความเมตตา เครดิตการ์ด ถูกทางบ้านยึดไว้ เงินที่ติดตัวก็ใช้หมดแล้ว ถ้าเธอกลับบ้านไป ในสภาพสิ้นไร้ไม้ตอกอย่างนี้ งั้นเธอก็จะไม่บรรลุวัตถุประสงค์ที่ เธอหนีออกจากบ้านมา
ดวงตาโตหมุนวนไปและพูดอย่างชาญฉลาดว่า “ฉันไปนอน ก่อน พรุ่งนี้คุณยังต้องไปทำงาน อย่านอนดึก ราตรีสวัสดิ์”
พูดจบเป็นหว่านเอ่อลุกขึ้นแล้ววิ่งไป
“หยุดก่อน”
ช่างกวนรุ่ยซินตะโกนออกมา “คุณอยู่ที่นี่มาหลายวันแล้ว ควร จะไปได้แล้ว”
เป็นหว่านเอ๋อหันกลับมามองซางกวนรุ่ยซินด้วยสายตาที่น่า สงสาร พูดพร้อมส่งสายตาไร้เดียงสา “พี่ช่างกวนรุ่ยซิน คุณให้ ฉันอยู่ต่ออีกหน่อยเถอะ คุณก็เห็นว่าฉันไม่มีเงินเลย ถ้าไปตอนนี้ ต้องอดตายแน่ อีกอย่างฉันก็สวยขนาดนี้ ออกไปคืนนี้เกิดเรื่อง อะไรขึ้นมา? คุณจะทนได้ไหม?”
ขณะพูดน้ำตาก็ไหลออกมา
ช่างกวนรุ่ยซินเริ่มโกรธ ทุกคนล้วนพูดว่าคนในแวดวงบันเทิง มักจะชำนาญเรื่องการแสดง เงินหว่านเอ๋อเป็นนางแบบ ใน แวดวงนี้เกรงว่าความพยายามถูกฝึกฝนจนชำนาญ ถ้าในเวลา ปกติมีผู้หญิงมาอยู่ห้องเดียวกับเขา ตอนเมื่อยังสามารถหัวเราะ ฆ่าเวลาให้ผ่านไป แต่ผู้หญิงคนนี้ไม่ทำอะไรเลย ทั้งวันเอาแต่กินนอนอยู่ในบ้าน ตัวเขาเองยังเอาตัวไม่รอดแล้วจะมาเลี้ยงดูคน เกียจได้อย่างไร?
“อย่ามาแกล้งไร้เดียงสา รีบเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วไปซะ” ช่างกวน รุ่ยชินพูดด้วยเสียงเย็นชา วันนี้เขาต้องบังคับให้ผู้หญิงคนนี้ไป จากที่นี่ให้ได้
“พี่ชางกวนรุ่ยซิน คุณจะใจไม้ไส้ระกำให้ผู้หญิงอ่อนแออย่าง
ฉันเดินอยู่บนถนน ทนให้คนเลวมารังแกฉันได้หรือไง?”
เป็นหว่านเอ๋อเรียนรู้วิธีเสียงออดอ้อนของผู้หญิงไต้หวัน
“ไม่ได้”
ช่างกวนรุ่ยซินปฏิเสธเสียงแข็งต่อไป เขาไม่เชื่อว่าคนอย่าง เธอซึ่งมาจากเกาะมาถึงเมืองเว่ยจะไม่มีเงิน อีกอย่างดูจากการ แต่งตัวของเธอก็รู้ว่าเป็นคนมีเงิน
ใบหน้าบูดบึงขึ้นมาในทันทีพูดด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม “ถ้าคุณ ไม่ไปฉันจะแจ้งความ ถึงเวลานั้นคุณก็ไปบอกกับตำรวจเองล่ะ กัน”
“ช่างกวนรุ่ยซิน คุณอย่าทำเกินไป ขออยู่แค่สองสามวัน
เงินหว่านเอ๋อที่ชอบออดอ้อนเปลี่ยนเป็นโมโหทันที บุคลิก เปลี่ยนเป็นสาวเผ็ดร้อน หญิงสาวไร้เดียงสาจ้องมองด้วยสายตา ออดอ้อนก่อนหน้านี้เปลี่ยนไปไม่หวนกลับมา
หลังจากผ่านไปสองสามวัน ช่างกวนรุ่ยชินได้เห็นทักษะการ แสดงของหญิงคนนี้ การแสดงความรู้สึกเปลี่ยนไปทุกนาทีใบหน้าเปลี่ยนเร็วกว่าการพลิกหนังสือ
“ฉันไม่ได้ทำเกินไป เพียงแต่เตือนคุณ ถ้ายังไม่ไป ฉันจะไป แจ้งความ” ช่างกวนรุ่ยชินสีหน้าเย็นชา
“ได้ คุณมีความเมตตา คุณมีปัญญาก็โทรศัพท์แจ้งความเลย”
ช่างกวนร่ยซิน “
ช่างกวนรุ่ยซิน เอาหัวทุบกับโซฟา โดยไม่พูดอะไร ตุ๊บ..ตุ๊บ..ตุ๊บ..สามที เคยเจอคนไร้ยางอาย แต่ไม่เคยเจอคนไร้ ยางอายเช่นนี้ ความหยิ่งผยองของผู้หญิงปากดี
ในโทรทัศน์กำลังฉายหนังเรื่องศพบ้านเก่า แต่ด้านหน้า โทรทัศน์ ช่างกวนรุ่ยซินยืนอยู่หน้าโซฟา เบิกตากว้างจ้องมอง ดวงตาเล็กๆ
เวลาเหมือนหยุดเดินชั่วขณะ
ขณะนั้น ช่างกวนรุ่ยซินพูดอย่างยอมแพ้ “คุณผู้หญิง พรุ่งนี้ฉัน ต้องไปทำงาน พวกเราอย่ามัวเล่นลิ้นเลย ไม่ว่ายังไงคุณก็ต้อง ไป?”
“เหอะ ฉันไม่ไป อยากทำอะไรก็ทํา
“ได้ คุณอย่ามาเสียใจภายหลังล่ะกัน”
ช่างกวนรุ่ยซินหัวเราะเยาะแล้วกระโดดลงจาก โซฟา จากนั้น เดินไปที่ตู้ทีวีแล้วเปิดลิ้นชักเพื่อหาหนังที่หยุดผลิตแล้วซึ่งเขาหวงแหนเก็บรักษามาหลายปี
เงินหวานเอ๋อเบิกตากว้างจ้องมองเขาด้วยความอยากรู้อยาก
เห็น แล้วพูดว่า “ช่างกวนรุ่ยซินคุณหาอะไร?” ช่างกวนรุ่ยชิ้นไม่ตอบ ในที่สุดหาหนังที่หยุดผลิตของอาโออิ ซึ่งอยู่ที่มุมลิ้นชักในสุด จากนั้นเปิดเครื่องเล่นดีวีดีอย่างรวดเร็ว
จากนั้นใส่แผ่นดิสก์เข้าไปข้างใน
ช่างกวนรุ่ยซินนั่งนิ่งไม่ขยับ ปล่อยให้เธอโวยวายไป
เมื่อเห็นช่างกวนรุ่ยซินไม่ขยับ เป็นหว่านเอ๋อโวยวายมานาน เหมือนจะหาคำสบถไม่ได้แล้ว จึงได้แต่พูดเหอะ..เหอะ… “อยาก ดูก็ดูไปมีอะไรที่แปลก ยังไงภายหลังก็ต้องทำต่อไป
ช่างกวนรุ่ยซินเหงื่อออกทันที จนหัวเกือบชนกับโซฟา ผู้หญิง คนนี้ใจกล้าเกินไปจริงๆ
แต่ตอนนี้ เกิดเสียงแก๊ก แล้วความมืดเข้าปกคลุมภายในห้อง ไฟดับ
ช่างกวนรุ่ยซินกระโดดตัวลอย “บัดสบจริงเลย เวลาสำคัญดัน
มาไฟดับ ฟิวส์ขาดแน่เลย”
เป็นหว่านเอ๋อหัวเราะเสียงดังภายใต้ความมืดมิด “สมน้ำหน้า ยังไม่รีบไปดูอีกว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น
“คุณรออยู่นี่ กลับมาแล้วก็เก็บของของคุณซะ”
ช่างกวนรุ่ยชินพูดอย่างดุเดือด หยิบไฟฉายพร้อมกับปากกาไฟฟ้า เปิดประตูไปที่ทางเดินเพื่อดูว่ากล่องไฟฟิวส์ขาดหรือไม่
จากนั้นขณะที่เขาเดินออกจากห้องไป เป็นหว่านเมื่อเดินไปข้าง หน้าปิดประตูเสียงดังปัง ให้ช่างกวนรุ่ยซินอยู่ข้างนอก
ช่างกวนรุ่ยชินเคาะประตูอย่างแรง “รีบเปิดประตูเร็ว ฉันไม่ได้ เอากุญแจออกมา รีบเปิดเดี๋ยวนี้”
“ไม่เปิด ฉันจะนอนแล้ว ส่วนคุณเสี่ยวห้าวจื่อ อยู่ข้างนอกก็รีบ นอนซะ”
หลังจากพูดแล้ว ภายในห้องก็ไม่ได้ยินเสียงอะไรอีก ไม่ว่าช่าง กวนรุ่ยนจะเคาะประตูอย่างไร เป็นหว่านเอ๋อก็ไม่สนใจ แต่ตอน ที่เขาไปดูฟิวส์ ตัวเองก็ไม่ได้ติดกุญแจไปด้วย สวมแค่รองเท้า แตะกับกางเกง นี่เป็นการทารุณ ใช่หรือไม่?
ที่สำคัญที่สุดพรุ่งนี้นายหญิงคนใหม่ที่เป็นจะมาทำงานอย่าง เป็นทางการ ถ้าเขาลาป่วยเพราะเป็นหวัด ต่อไปในอนาคตคง ลําบาก
วันนี้เขาจึงขังสาวบาร์ไว้บนดาดฟ้า คิดไม่ถึงว่าคืนนี้จะถูกเป็น หว่านเอ๋อขังไว้ข้างนอก หรือว่านี่จะเรียกว่ากรรมตามสนอง
คิดแบบนี้ช่างกวนรุ่ยซินมีความโกรธเพิ่มขึ้นในใจ ใช้แรงถีบ ประตู ตะโกนด้วยความโกรธ “เงินหว่านเมื่อคุณมีทักษะดี ชั่ว ชีวิตนี้ก็อย่าออกมา ไม่อย่างนั้นฉันจะเอาคุณถึงตาย”
ตอน 4
บทที่4
ช่างกวนรุ่ยซินได้แต่โกรธอยู่ในใจ เขานั่งยองๆ กอดไหล่ตัวเอง อยู่มุมด้านนอก ความรู้สึกเต็มไปด้วยความเกลียดชัง
“ทำดีแต่ไม่ได้ดี พรุ่งนี้ฉันต้องให้คุณออกไปให้ได้ ไม่ว่าจะพูด อย่างไรก็ไม่เมตตาทั้งสิ้น” น้ำเสียงของเขาแสดงถึงความโกรธ อย่างมาก
เขาอยากโทรศัพท์หา หลี่เสี่ยนเห้อ เพื่อไปอาศัยนอนสักคืน แต