ก่อนหน้า
ถัดไป

ตอน 1

ไม่เคยเสียใจที่เคยรักกัน

บทที่1 เราหย่ากันเถอะ

"หมิงเยี่ย ฉันยังต้องการ...."

หลังจากที่รับสายโทรศัพท์ เสียงที่ได้ยินผ่านเข้าสายมาไม่ใช่เสียงของสามี แต่ทว่ากลับเป็นเสียงลึกลับของผู้หญิง

เสิ่นฉ่ายเวยจิกเล็บลงบนฝ่ามือ แล้วกรอกเสียงใส่ไมโครโฟน “ที่รัก วันนี้คุณจะกลับบ้านรึเปล่า?”

เนิ่นนาน จึงจะได้ยินซ่งหมิงเยี่ยตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงติดรำคาญจากอีกฝ่ายหนึ่ง “เสิ่นฉ่ายเวย เธอไม่รู้หรอว่าฉันกำลังยุ่งอยู่หรือ?”

“หมิงเยี่ย ใครโทรมาหาคุณน่ะ?”

“คนใช้ที่บ้านน่ะ”

เสียงปึงปังดังขึ้น โทรศัพท์ตัดสายไป เหลือเพียงแต่เสียงตู๊ดตู๊ดตู๊ด

ห้องรับประทานอาหารอันว่างเปล่า เวลาบนผนังชี้ไปเป็นเวลาสิบเอ็ดนาฬิกา

วันนี้คือวันเกิดของซ่งหมิงเยี่ย เธอจึงซื้ออาหารมาทำเองเป็นพิเศษและยังจัดแต่งโต๊ะอย่างสวยงาม กลอกตารอคอยอยู่ข้างโต๊ะ ตั้งแต่หกโมงเย็นรอมาจนถึงตอนนี้

สรุปแล้วเธอยังรอคอยอะไรอยู่กันนะ?

ตั้งแต่เริ่มแต่งงานมา จำนวนครั้งที่ฝ่ายชายคนนี้พักอยู่ที่บ้านแทบจะสามารถใช้นิ้วนับได้เลย

เสิ่นฉ่ายเวยอดไม่ได้ที่จะยิ้มขมขื่นออกมา เธอรักซ่งหมิงเยี่ยมากเกินไป รักจนเดินทางกลับประเทศในตอนที่ตนเองผ่าตัดเพิ่งเริ่มดีขึ้น เพื่อจะมาแต่งงานกับเขา

ตอนแรกเธอคิดว่าการใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันหลังจากแต่งงานก็คงจะมีความสุข แต่ใครจะคิดว่าจะเป็นแบบนี้ล่ะ?

ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าไหร่ ก็ได้ยินเสียงส้นรองเท้ากระแทกพื้นมาจากหน้าประตูใหญ่ เมื่อกี้ตัวเธอที่กำลังจะคล้อยหลับก็รีบตื่นขึ้นมา หรือว่าซ่งหมิงเยี่ยกลับมาแล้ว?!

วินาทีต่อมา ร่างสูงใหญ่ของชายหนุ่มก็ผลักประตูเดินเข้ามา ร่างของเขายังมีความหนาวเย็นของข้างนอก โดยเฉพาะอย่างยิ่งตรงบริเวณคิ้วยังมีหิมะเกาะอยู่

“หมิงเยี่ย…..”ฝ่ายหญิงเอ่ยเสียงงัวเงียแล้วลุกขึ้นยืน พลางรีบตึงเสื้อของตน ต่อมาก็ยิ้มอ่อนแสดงท่าทีสบายใจ “คุณกลับมาแล้ว”

ซ่งหมิงเยี่ยเดินมุ่งตรงไปถอดเสื้อคลุมให้คนใช้ เหมือนกับไม่ได้ยินเสียงนั้น เวลาสายตามองไปยังอุปกรณ์ทานอาหารที่อยู่บนโต๊ะ ตลตะลึงไปชั่วขณะ “ทำไมเอาอันนี้ออกมาล่ะ?”

สาวใช้ยิ้มแล้วรีบเอ่ยขึ้น “นายหญิงบอกว่าวันนี้เป็นวันเกิดของนายท่าน จึงนำเอาชุดเครื่องถ้วยพวกนี้ออกมาใช้ค่ะ แต่คุณหนูฉ่ายหมุยสายตาดี นี่มันก็ตั้งหลายปีแล้ว สไตล์ของชุดเครื่องถ้วยพวกนี้จึงยังดูทันสมัยอยู่”

เสิ่นฉ่ายเวยได้ยินชื่อนั้นแล้วก็รู้สึกเหมือนหัวใจถูกบีบรัดไปด้วยความเจ็บปวด เสิ่นฉ่ายหมุยคือน้องสาวของเธอ และก็เป็นคนที่ซ่งหมิงเยี่ยอยากจะแต่งงานด้วย

เพียงแวบเดียวหญิงสาวก็เก็บสีหน้าของตัวเองเอาไว้เรียบร้อย เธอยกจานขึ้นแล้วพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “หมิงเยี่ย คุณนั่งก่อนสิ อาหารเย็นหมดแล้ว ฉันจะไปอุ่นให้นะ”

ใครจะรู้ว่ายังไม่ทันลุกออกไปจากที่นั่ง จานในมือก็ถูกซ่งหมิงเยี่ยแย่งคว้าไป สายตาของเขาดูรังเกียจมาก น้ำเสียงที่เอ่ยขึ้นก็ทั้งต่ำทั้งเย็นชา “เธอไม่คู่ควรที่จะสัมผัสสิ่งของที่เธอเลือก คราวหน้าหากมือข้างไหนสัมผัสอีกล่ะก็ ฉันจะทำลายมือข้างนั้นซะ ”

คำพูดประโยคนี้ราวกับถูกค้อนหนักตอกไว้ให้จดจำลงกลางใจ กำแพงที่เธอสร้างมาปิดบังความร้ายแรงด้วยความลำบากถูกทำล้ายปหมด

ฝ่ายชายเหมือนกับไม่ได้สังเกตถึงการเปลี่ยนแปลงของเธอ ดวงตาสีดำขลับกำลังจ้องมองจานอาหารข้างหน้าตนเอง ราวกับว่ากำลังคิดถึงใครบางคนผ่านสิ่งนี้

เสิ่นฉ่ายเวยรู้สึกเพียงแค่สมองของตนเองชาไป ขมับปวดตุบตุบ ความเจ็บปวดจู่โจมใส่เส้นประสาทของเธอไม่หยุด

“ได้…......”เธอแทบจะควบคุมรอยยิ้มสีหน้าเอาไว้ไม่อยู่ “ฉันรู้แล้วล่ะ ฉันจะไม่ใช้มันอีก”

ซ่งหมิงเยี่ยยังไม่พอใจ เขาจึงเรียกคนใช้มาเก็บอาหารบนโต๊ะไป“ให้คนมาเอาขยะพวกนี้ไปทิ้งซะ หากไม่ได้รับการอนุญาตจากฉัน ชุดเครื่องถ้วยพวกนี้นอกจากฉ่ายหมุยแล้วคนอื่นห้ามใช้ ”

“หมิงเยี่ย ฉันเป็นภรรยาคุณนะ!”เสิ่นฉ่ายเวยก็ทนไม่ไหวแล้ว เธอเงยหน้ามองไปที่ชายหนุ่ม สะอื้นเอ่ยขึ้นเป็นคำๆเสียงแข็ง “ในเมื่อคุณเกลียดฉันขนาดนี้ รังเกียจฉันขนาดนี้ แล้วทำไมตอนแรกถึงแต่งงานกับฉันล่ะ?”

“นี่ไม่ใช่สิ่งที่เธอต้องการหรอกหรอ? คุณผู้หญิงซ่ง!”ชายหนุ่มยิ้มเย็น บรรยากาศรอบกายปกคลุมไปด้วยความเย็นยะเยือก สายตาดูเยือกเย็นจนหนาวเข้ากระดูก“นี่เพิ่งจะเริ่มต้น เธอก็รับไม่ไหวแล้วหรอ? แล้วเธอเคยคิดว่าฉ่ายหมุยสิ้นหวังแค่ไหนไหม?เป็นเพราะเธอต้องนอนอยู่บนเตียงผ่าตัด! ฉันมองเธอผิดไปจริงๆ ไม่ มันเป็นเพราะฝีมือความเสแสร้งก่อนหน้านี้ของเธอเก่งมาก ฉันถึงได้โง่งมจนเชื่อเธอ!”

ซ่งหมิงเยี่ยพูดจบ เพียงแค่ชั่วครู่ก็ไม่ยอมที่จะอยู่กับเธออีกต่อไป หันกลับไปก็ก้าวขายาวๆมุ่งตรงไปที่ประตูใหญ่

“นั่นคุณจะไปไหนน่ะ! นี่มันดึกมากแล้วนะ.....”เสิ่นฉ่ายเวยรีบตามไป คิดจะเอ่ยห้ามไว้“ดึกขนาดนี้ขับรถไม่ปลอดภัย อยู่บ้านได้ไหม?”

เขาหันกลับมายิ้มร้าย“อยู่กับเธอน่ะสิไม่ปลอดภัย ถ้าอยู่บ้านฉันกลัวว่าวันที่สองมีข่าวแจ้งประกาศมีคนเสียชีวิต ใครจะรู้ว่าในใจของเธอกำลังวางแผนทำร้ายใครต่อไป!”

เธอใช้แรงค่อยๆหลับตาลง พลางกำนิ้วมือไว้แน่นจิกเล็บกับฝ่ามือไว้จนเลือดแทบออก

เสิ่นฉ่ายเวยกั้นน้ำตาทั้งหมดที่กำลังจะไหลลง เมื่อเธอลืมตาอีกครั้ง ในดวงตาที่สวยงามเหล่านั้นเหลือแค่ความตัดสินใจ

“เราหย่ากันเถอะ”

นิยายแนะนำยอดฮิต

ตอน 2

บทที่ 2 โลกสวย

เธอรับมันมามากพอแล้วล่ะ!

เสิ่นฉ่ายเวยหัวเราะเยาะในใจ สองปีมานี้ การผ่านไปในแต่ละวันของเธอราวกับเป็นปี

ชายคนนั้นที่เธอรักมาก แต่ไหนแต่ไรก็ไม่เคยมองเธอจริงจัง ในบ้านหลังนี้ที่เหมือนคุกใต้ดิน คนรับใช้ด้านล่างก็ทำตามเจ้าของบ้านนี้สร้างความลำบากให้เธอเหมือนกัน

สิ่งเหล่านี้ซ่งหมิงเยี่ยไม่เคยรู้ ก็เพราะในใจของเขามีแต่เสิ่นฉ่ายหมุย!

เอกสารปึกหนึ่งถูกหญิงสาวใช้มือขาวละเอียดยื่นส่งมาให้ด้านหน้าของเขา หน้าผากของเสิ่นฉ่ายเวยมีร่องรอยของความเหนื่อยล้า“ฉันเซ็นชื่อเรียบร้อยแล้ว คุณแค่ขยับปากกาเซ็นก็เสร็จแล้ว ฉันไม่ต้องการอะไรทั้งนั้น ต่อจากนี้ฉันกับคุณจะไม่มีความสัมพันธ์ใดต่อกันอีก”

“นี่เธอขู่ฉันหรอ?”ซ่งหมิงเยี่ยหันตัวกลับมาอย่างรวดเร็ว ดวงตาดำขลับราวกับพญาเหยี่ยวจ้องมองมาทางเธออย่างจะกินเลือดกินเนื้อ “เธออยากจะแต่งงานกับฉันก็แต่ง คิดอยากจะหย่าก็หย่าหรอ? เสิ่นฉ่ายเวยเธอไม่เคยให้เกียรติฉันหรือไง!”

“ไม่”ริมฝีปากของหญิงสาวยิ้มซีดเซียวขึ้น “เพราะฉันใส่ใจคุณมากไป ดังนั้นถึงได้เอ่ยเรื่องหย่าขึ้นมาไง นี่มันไม่ดีแล้วไม่ใช่หรือ?คุณก็จะได้เรียกฉ่ายหมุยว่าภรรยา”

พ่อบ้านเดินเข้ามาจากด้านนอกแล้วพูดกับชายหนุ่มด้วยความเคารพว่า“คุณชายครับ รถเตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว เที่ยวบินของคุณหนูฉ่ายหมุยจะลงจอดในอีกหนึ่งชั่วโมงครับ”

เสิ่นฉ่ายเวยใจลอยไปชั่วขณะ เสิ่นฉ่ายหมุยจะกลับมาแล้ว?

ทันใดนั้นเอกสารการหย่าในมือถูกดึงไปอย่างรวดเร็ว ขอบกระดาษอันคมบางบาดเข้าที่นิ้วของเธอ เลือดสีแดงก่ำไหลหยดลงบนพื้น ความเจ็บปวดที่ทิ่มแทงลงในหัวใจนี้เหมือนกับยาบรรเทาอาการเจ็บปวดชั้นดีฉีดเข้าไปหัวใจของเสิ่นฉ่ายเวย

ซ่งหมิงเยี่ยเม้มปาก บรรยากาศรอบกายตึงเครียดจนน่าตกใจ เขาฉีกกระดาษทิ้งเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยแล้วโยนทิ้งกระจายไปทั่วราวกับฝนกระดาษ เขาพุ่งบีบเข้าที่คางของเธอแล้วบังคับให้มองเขา “ฉันจะบอกเธอนะเสิ่นฉ่ายเวย ฉันยังทรมานเธอไม่พอ ฉันจะให้เธอชดใช้สิ่งที่เธอเป็นหนี้กับเสิ่นฉ่ายหมุย!”

เสียงหัวเราะต่ำออกมาจากลำคอของหญิงสาว เธอยิ้มขมขื่นและแปลกๆ ในที่สุดราวกับเธออดหัวเราะไม่ได้จึงหัวเราะเสียงดังออกมา “คุณจะต้องเสียใจแน่ ฉันคือลูกสะใภ้ที่ตระกูลซ่งยอมรับ มีฉันยังอยู่หนึ่งวัน เสิ่นฉ่ายหมุยก็ได้แต่เพียงอยู่ในที่ลับๆกับคุณเท่านั้นแหละ! เธอจะไม่มีวันได้เฉิดฉายส่องสว่าง!”

ชายหนุ่มจ้องมองเธอครู่หนึ่ง แกล้งกลับปล่อยมือแล้วเรียกพ่อบ้านมา “พาเธอไปด้วย”

“จะไปไหน?”เสิ่นฉ่ายเวยถามอย่างระวังตัว

“แน่นอนว่าไปรับน้องสาวที่รักของเธอไงล่ะ”ซ่งหมิงเยี่ยยิ้มเล็กน้อย ทว่าเสียงกลับดูอันตราย “มีเธออยู่ เขาไม่สามารถออกมาเจอแสงได้งั้นหรอ?”

หญิงสาวคิดไม่ถึงว่าเขาจะทำแบบนี้ ชั่วครู่ทั่วร่างก็สั่นสะท้านขึ้น เขาคิดว่าจะพาเธอไปเป็นข้ออ้างเชียวหรือ?

เป็นข้ออ้างให้เสิ่นฉ่ายเวย? ไม่ เป็นไปไม่ได้!

“ฉันไม่ไป!”

เธอพูดปฏิเสธแล้วหันตัววิ่งหน้ออกไป แต่ทว่าบอดี้การ์ดและพ่อบ้านวิ่งเร็วกว่าเธอมาก เพียงครู่เดียว เสิ่นฉ่ายเวยก็ถูกจับไว้แล้วยัดเธอเข้าในรถ!

น้ำเสียงสิ้นหวังที่ดังมาจากที่นั่งเบาะหลังของหญิงสาวดังขึ้น

“ซ่งหมิงเยี่ยคุณจะต้องเสียใจภายหลังแน่! ”

ชายคนนั้นหรี่ตาเบา ๆ ริมฝีปากหยักยิ้มที่ดูน่าอกสั่นขวัญหาย

“เธอก็สนุกให้มากๆนะ คุณผู้หญิงซ่ง”

ภายในสนามบิน เที่ยวบินที่ออกเดินทางจากประเทศBค่อยๆลงจอด

เสิ่นฉ่ายหมุยออกมาจากช่องทางพิเศษสำหรับวีไอพี แวบเดียวก็เห็นเงาร่างสูง สีหน้าของเธอแสดงออกถึงความยินดี ก้าวเล็กๆวิ่งเข้ามา “หมิงเยี่ย! คิดถึงคุณที่สุดเลย!”

ซ่งหมิงเยี่ยรีบช่วยประคองตัวเธอไว้ น้ำเสียงจริงจังแต่แฝงไปด้วยความรักใคร่เอ็นดูเอ่ยบ่นขึ้น “ตัวโตแล้วนะ ลืมแล้วหรอว่าอาการของเธอเป็นไง? หมอเขาบอกว่าวิ่งแบบนี้ได้หรอ?”

“ฉันดีขึ้นเยอะแล้วน่า!”หญิงสาวยิ้มสวยบอบบางดูน่าทะนุถนอม ในตอนที่แสงไฟส่องสว่างลงมา ราวกับดอกกุหลาบตูมกำลังผลิบาน สวยจนไม่มีที่ติ “คุณเคยตกลงกับฉันว่า รอฉันกลับมาคุณก็จะคอยดูแลอยู่ข้างๆไม่ห่างหนิ”

“ผมเคยผิดสัญญากับคุณเมื่อไหร่ล่ะ?”

เสิ่นฉ่ายเวยถูกกั้นล้อมไว้ให้ที่นั่งด้านหลังของรถ ฟังเสียงหัวเราะอันแสนมีความสุข หัวใจของเธอเจ็บปวดจนแทบจะหายใจไม่ได้ ราวกับมีมีดแหลมคมกำลังค่อยๆเฉือนหัวใจดวงนี้ ทรมานเธอไม่หยุด ความอ่อนโยนของชายหนุ่มที่เธอไม่เคยได้รับเลยสักครั้ง

ซ่งหมิงเยี่ย คุณมันช่างโหดร้ายเหลือเกิน!

เสิ่นฉ่ายหมุยอิงแอบอยู่ในอ้อมอกกว้างของชายหนุ่ม ดวงตาก็พลางชำเลืองเข้าไปในรถพลันมองเห็นลักษณะลางๆเรียบๆอันคุ้นเคย ใบหน้าอันงดงามนั้นเธอจะลืมได้อย่างไรกัน หญิงสาวหายใจไม่คล่องไปครู่หนึ่ง สีหน้าเริ่มซีดเซียว

เสิ่นฉ่ายเวย?

เธอมาอยู่ตรงนี้ได้อย่างไรกัน?!

นิยายแนะนำยอดฮิต

ตอน 3

บทที่ 3 เธอทรยศฉัน

สีหน้าของหญิงสาวเปลี่ยนไปเล็กน้อยซึ่งไม่อาจรอดพ้นจากสายตาของซ่งหมิงเยี่ย เขาถามด้วยความเป็นห่วงอย่างมากกว่า“ฉ่ายหมุย คุณรู้สึกไม่สบายหรอ?” เสิ่นฉ่ายหมุยแสร้งส่ายหัวอย่างเข้มแข็ง สายตามองไปยังคนที่พูดถึงในรถแล้วรีบหันกลับมา “ไม่.....ไม่มี ไม่มีอะไร” ทว่าในชั่วพริบตาเขาก็เข้าใจ แน่นอนว่าเป็นเพราะยังผู้หญิงสารเลวคนนั้นนั่นเองที่ทำให้เสิ่นฉ่ายหมุยไม่สบายใจ ซ่งหมิงเยี่ยหงุดหงิดไปครู่หนึ่ง คาดไม่ถึงว่าตนเองจะประมาทจนลืมไปว่าก่อนหน้านี้เธอทำร้ายฉ่ายหมุยไว้อย่างไร!

ชายหนุ่มพูดปลอบขวัญเสิ่นฉ่ายหมุยไปไม่กี่ประโยค ทันใดนั้นประตูรถก็เปิดออกด้วยความแรงอย่างรวดเร็วแล้วพูดกับคนในรถเสียงเย็นว่า“ลงรถ”

เสิ่นฉ่ายเวยรู้สึกลังเลใจจึงไม่ยอมขยับตัว ใครจะคิดว่าซ่งหมิงเยี่ยจะจับข้อมือของเธอแล้วดึงออกจากรถกัน

“ซ่งหมิงเยี่ยคุณจะทำอะไรน่ะ!”เธอไม่สนในภาพลักษณ์อีกต่อไปแล้วตะโกนออกมาสุดเสียง

ชายหนุ่มแสยะยิ้มร้าย“ฉ่ายหมุยเห็นหน้าเธอแล้วไม่สบาย รีบไสหัวไปได้แล้ว”

“ซ่งหมิงเยี่ยคุณมันจะมากเกินไปแล้วนะ! คุณสั่งให้ฉันมาก็มา จะสั่งไล่ให้ฉันไปก็ต้องไปอย่างนี่หรอ?”เสิ่นฉ่ายเวยเอ่ยขึ้นเสียงเย็น ดวงตาคมจ้องมองไปยังน้องสาว ราวกับจะแทงให้พรุน “เธอทำไปได้ยังไง เขาเป็นพี่เขยของเธอ!”

“ฉัน….....”เสิ่นฉ่ายเวยยืนก้มตัวลงด้วยความหวาดกลัว ยิ่งแสดงให้เห็นถึงความน่าสงสารมากขึ้นไปอีก เธอเม้มปากแล้วเริ่มส่งเสียงสะอื้นร้องไห้ “พี่คะ ก็เข้าใจชัดเจนอยู่แล้วว่าหมิงเยี่ยและฉันเรามาก่อน......”

“น้ำเสียงแบบนี้ของเธอพี่สาวคงรับไม่ได้”ชายหนุ่มมองไปที่เธอด้วยสายตาเย็นยะเยือก มีเพียงอารมณ์เกลียดชังและรังเกียจยิ่งขึ้น เสิ่นฉ่ายเวยจ้องไปที่ใบหน้า แล้วสีหน้าก็เปลี่ยนไป!

ซ่งหมิงเยี่ยรีบพาเธอเข้ารถและกอดเธอไว้ นัยน์ตาลึกกำลังมีพายุก่อตัวขึ้น “ถ้าหากฉ่ายหมุยเกิดเรื่องไม่คาดคิดขึ้น ฉันก็มีวิธีที่จะทำให้เธอรู้จักความเจ็บปวดมันเป็นยังไง!” แผ่นหลังของหญิงสาวรู้สึกแข็งชะงักไปชั่วครู่ รถเคลื่อนตัวออก ไม่สนอกสนใจแล้วยังไปแบบไม่บอกไม่กล่าวกันเลย!

เสียงลมหวีดร้องเสียงแหลม หนาวเย็นไปถึงกระดูก

เสิ่นฉ่ายเวยยืนโดดเดี่ยวในอาคารสนามบิน ร่างกายสวมเพียงชุดอยู่บ้านบางๆ กลางดึกในฤดูหนาวนั้นลมแรงจนทำให้ตัวสั่น เธอเพิ่งนึกได้ว่าจะโทรศัพท์หาทางบ้านของตัวเอง แต่ทว่าเมื่อคลำไปทั่วร่างแล้ว อย่าพูดถึงโทรศัพท์เลย แม้แต่เศษเหรียญสักเหรียญยังไม่มีเลยแม้กระทั่งรองเท้าทั้งสองข้างของหญิงสาวยังไม่เหมือนกันเลย รอบทิศต่างมีสายตามองมาด้วยความประหลาดใจ ประหนึ่งว่าเธอกำลังเปลือยกายเข้ามาอยู่ต่อหน้าสาธารณะชนอย่างไรอย่างนั้น ช่างน่าอัปยศอดสูที่สุด!

ในขณะที่เสิ่นฉ่ายเวยไม่รู้จะทำยังไงต่อไป รอบดวงตาก็เริ่มแดงขึ้น ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงเล็กๆอันคุ้นเคยมาจากด้านข้าง “เวยเวย?”

ชายหนุ่มในชุดสูทรีดเรียบกริบกำลังใช้แววตาไม่น่าเชื่อมองมาที่เธอ หญิงสาวที่เริ่มรู้สึกตัวก็รีบจัดการกับสภาพของตัวเอง “ข่ายเจ๋....ทำไมเธอกลับมาแล้วล่ะ?”

ข่ายเจ๋คือเพื่อนสมัยเด็กของหมิงเยี่ย เป็นหมอที่เก่งกาจฉลาดหลักแหลม คิดไม่ถึงว่าในเวลาที่เธอจนตรอกขนาดนี้ไม่นึกเลยว่าจะเจอกับคนคนนี้

“เกิดอะไรขึ้นกับเธอกัน? แล้วหมิงเยี่ยล่ะ?”เขารีบโยนสัมภาระทิ้งไป เร่งเดินเข้ามานำเสื้อคลุมของตนคลุมร่างให้เธอ เสื้อตัวนี้ยังมีกลิ่นกายของข่ายเจ๋ติดมา

“ฉันจะโทรหาเขา”

“ไม่! ไม่เอา!”หญิงสาวเอ่ยห้าม สายตาของชายตรงข้ามเต็มไปด้วยคำถาม แล้วพูดโกหกยัดเหตุผลไปว่า“คือฉันโมโหจนวิ่งออกมาเองน่ะ” ข่ายเจ๋ขมวดคิ้วแล้วเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง“สรุปแล้วเธอรู้สภาพร่างกายของตัวเองหรือเปล่า? อากาศเย็นขนาดนี้ยังสวมมาแค่นิดเดียว หากป่วยหนักขึ้นมาอาจถึงชีวิตของเธอเลยนะ!”

เสิ่นฉ่ายเวยเม้มปากไม่พูดไม่จา ชายหนุ่มเสียความมั่นใจไปครู่ใหญ่ แล้วพูดเสียงดังขึ้น “งั้นเธอไปบ้านฉันก่อนเถอะ รถฉันเป็นอยู่ด้านนอก อยู่ใกล้สนามบินนี้พอดี” หญิงสาวสูดจมูกขึ้น ท่าทางหมดอารมณ์และจนตรอกค่อยๆพยักหน้า

ข่ายเจ๋ออกไปขับรถเข้ามา ขณะที่เสิ่นฉ่ายเวยกำลังจะก้าวขึ้นรถนั้น ทันใดนั้นข้างๆหูก็ได้ยินเสียงตะโกนดังลั่น “เสิ่นฉ่ายเวยฉันดูเธอไม่ผิดจริงๆ! ฉันไปนานเพียงแค่เท่าไหร่ เธอก็ก้าวขึ้นรถคนอื่นแล้วหรอ?”

เธอหันกลับไปทันที ซึ่งพอดีกับที่สายตาดุร้ายของชายหนุ่มกำลังจ้องมา รวมถึงเสิ่นฉ่ายหมุยที่ยืนอยู่ข้างๆเขา แต่เพียงแค่เจอเสิ่นฉ่ายหมุยใช้มือปิดทาบอก คิ้วเล็กๆก็ขมวดปมเข้าหากัน ดวงตาที่ยังมีน้ำตาคลอกระพริบถี่ “พี่ ฉันไม่คิดเลยว่าตอนที่พี่อยู่ต่อหน้าคุณพ่อเขาพี่ก็แสดงให้ตัวเองน่าเอ็นดู แต่ส่วนตัวจริงๆแล้วกลับเป็นคนแบบนี้ พี่ ทำไมพี่ถึงทรยศหมิงเยี่ยล่ะ!”

นิยายแนะนำยอดฮิต