ตอน 2
คุณชายลงจากสวรรค์
บทที่2
ดนัยกฤตเพิ่งพูดจบ ใบหน้าเท่าฝ่ามือของชาก็ซีดจนได้สี เลือดแล้ว
ในสายตาของเธอเต็มไปด้วยความหวาดกลัว ตกใจจนทั้ง ผลักทั้งหลบ อย่า คุณอย่าทำไปอะไรบ้าๆนะ ฉันจะรักษาความ ลับ จะไม่พูดเลยแม้แต่คำเดียว คุณปล่อยฉัน……..
ธิชาใจกระวนกระวาย ให้ตายเถอะ
ในยามฉุกเฉินแบบนี้ ในสมองกลับมีเพียงพี่ชายเลวทรามของ เธอคนนั้น
นั่นมันทรมานตัวเองขนาดนั้นแล้ว ทำไม……….
ธิชากัดริมฝีปาก พูดทุกตัวทุกคำอย่างแข็งแกร่ง “คุณแตะต้อง ฉันไม่ได้ คุณน่าจะรู้จักธาวินนะ ยมราชดำชื่อเสียงโด่งดังใน จังหวัดภาคใต้ทั้งแปด ฉันเป็นน้องสาวของธาวิน ถ้าคุณกล้าแตะ ต้องฉัน ธาวินต้องให้คุณชดใช้ด้วยชีวิตแน่
ธิชาเสียงดังหนักแน่น ไม่กล้าแสดงความอ่อนแอ จ้องเขาตา ไม่กะพริบ
สีหน้าของดนัยกฤตได้ยินคำว่าธาวินแล้วก็ดูเหมือนมีการ เปลี่ยนแปลงเล็กน้อย
เขาใช้สายตาแบบพิจารณามองหน้าที่อยู่ในอาการหวาดกลัวของเธอ ทันใดนั้นก็เผยอริมฝีปาก พูดอย่างความหมายลึกซึ้ง “น้องสาวของธาวิน? เธอ……คือลูกติดของตระกูลธนาภูวนัตถ์ คนนั้น?”
ธิชาดูเขาเหมือนไม่ได้มีท่าทางตกใจ ในชื่อของธาวิน ในใจ ยิ่งไม่มั่นใจ
ดนัยกฤตมองดูท่าทางเธอทั้งๆที่หวาดกลัวแต่ฝืนทำเป็นสงบ สติ มุมปากก็โค้งขึ้นอย่างน่าสนใจขึ้นเรื่อยๆ
เขาจับคางเล็กๆของเธอไว้ กลิ่นจากบุหรี่บนนิ้วทำให้เธอ
ขมวดคิ้ว
เขายิ่งขยับเข้าใกล้ร่างของเธอ ควบคุมเธออยู่ในบริเวณมุม รถที่จํากัด
ก้มตัวกัดหูของเธอกะทันหัน
ท่าทางไม่ชัดเจน
แต่กระตุ้นจนธิชาตัวสั่น
“ลูกติดน้อย กล้าไม่เบานะ กล้าเอาธาวินมาข่มขู่ผม จะลองดู ไหม ผมเอาคุณแล้ว ธาวินจะทำอะไรฉันได้?”
ธิชาเหมือนสัตว์น้อยที่ตกใจ ถูกกักขังในบริเวณแคบๆ ถูกบีบ จนเหมือนหายใจไม่ออก
เธอขัดขืนไม่ยอม กำหมัดไว้แน่นสะบัดอย่างแรง
วินาทีต่อมา ร่างอ่อนตัวหมดสติไปทันที ตอนที่ ชาลืมตาขึ้นอีกครั้ง หน้ามืดตามัวสลัว กลิ่นยาฆ่าเชื้อในโรงพยาบาลเข้มข้นจนแสบจมูก
เธอในร่างกายที่ปวดเมื่อยลุกขึ้นจากเตียง สายตามองไปที่ สายน้ำเกลือแขนซ้ายของตัวเอง
พยาบาลเห็นเธอตื่นแล้ว เดินเข้ามาอย่างรีบร้อน “คุณตื่นแล้ว เหรอ สาวน้อย รู้ไหมว่าทำไมตัวเองถึงสลบไปฉับพลัน? มั่วเรื่อง โลกีย์มากเกินไป ร่างกายอ่อนเพลียมาก สารอาหารไม่เพียงพอ ขึ้นเป็นแบบนี้ต่อไปต้องเป็นอันตรายแน่
ในสมองธิชาอึ้งไปเล็กน้อย ความทรงจำของเธอยังอยู่บนรถ เธอคุมเชิงอยู่กับผู้ชายแชภักดิภูมิเมธีคนนั้น
ไอ้สัตว์เลวทรามคนนั้นเตรียมจะเหยียดหยามเธอ………
ธิชาถูกคำพูดสองสามประโยคของพยาบาลทำให้อายแทบ
ทรุดแผ่นดินหนี หน้าแดงจนเหมือนจะไหม้ขึ้นมาแล้ว
ที่แท้เธอสลบไปบนรถ……….
ควรจะดีใจใช่ไหมที่หนีเอาตัวรอดมาครั้งหนึ่งได้
แต่ว่า………แต่ว่านี่มันใกล้จะหกโมงแล้ว
ใจเธอสั่นอย่างแรง ไม่ได้พูดอะไรก็ถอดเข็มสายน้ำเกลือออก รีบลงจากเตียงใส่รองเท้า
ธาวินรู้ว่าเธอไม่กลับบ้านทั้งคืน กลัวว่าต้องตีเธอจนขาหัก แน่นอน พยาบาลไล่ตามอยู่ข้างหลังเธอพูดว่า “เฮ้ อย่าวิ่ง คุณดนัยก ฤตที่ส่งคุณมาโรงพยาบาลมีคำพูดให้ฉันบอกคุณ เขาบอกว่า เรื่องตอนกลางคืนยังไม่จบเลย เขาจะหาเวลาเพื่อเคลียร์กับคุณ”
คำพูดนี้ ทำให้ก้อนหินในใจของชายกขึ้นอีก ก็กังวลขึ้นมา
อีก
ธิชากลับคฤหาสน์ตระกูลธนาภูวนัตถ์ด้วยความไม่สบายใจ ฟ้ายังไม่ได้สว่างมาก บ้านทั้งหลังยังเงียบสนิท แม่บ้านคนใช้ น่าจะยังหลับสนิทอยู่
หวังว่าธาวินไม่ก็ยังหลับสนิทอยู่ หรือไม่ก็ไม่ได้กลับมาเลยทั้ง
เธอขึ้นห้องด้วยเสียงเบา กลับไปถึงห้องนอนตัวเอง วินาทีที่
ปิดประตูห้อง สุดท้ายก็โล่งอกแล้ว
แต่พอเธอเดินไปข้างเตียงท่ามกลางความมืด กลับถูกสายตา อันดุดันและมืดครึ้มท่ามกลางความมืดคู่นั้นทำให้ตกใจจนเกือบ ร้องออกมาเสียงดัง
ธิชาอุตส่าห์ปรับตัวเข้ากับแสงในความมืดแล้ว มองเห็น ใบหน้าของผู้ชายที่อยู่บนโซฟาตรงข้ามอย่างชัดเจน
ดึกขนาดนี้ผู้ชายคนนี้ไม่นอนมานั่งในห้องเธอ…เธอเข่า อ่อนจนตัวสั่น แต่ได้แต่ฝันไว้พูดอย่างด้วยเสียงเบา “พี่วิน……………..พี่ยังไม่ พักผ่อน?”
ธาวินผ่านไปสักพักถึงเปิดปากพูด น้ำเสียงเคร่งขรึมนั้นทำให้
เธอหายใจไม่ออก
“ทุกวันนี้เธอยิ่งเก่งขึ้นทุกวันแล้วนะ ไม่กลับบ้านทั้งคืน ธิชา ถ้าเธอเบื่อชีวิตแล้ว………บอกฉันตามตรงแค่”
ธิชาไม่กล้าล่าช้าแม้แต่วินาทีเดียว รีบอธิบายทันที “ไม่ใช่ หนู ไม่ได้ตั้งใจไม่กลับบ้าน ตอนออกมาโบกรถจากสตาร์ น………หนูไม่สบาย เป็นลมไปแล้ว ถูกคนส่งไปโรง พยาบาล……….ตอนที่ตื่นมาก็อยู่โรงพยาบาล หมอบอกว่าหนู ร่างกายอ่อนเพลีย ขาดสารอาหาร น้ำตาลในเลือดต่ำถึงสลบไป หนูฟื้นก็รีบกลับมาทันที น.
น้ำเสียงอันเฉียบขาดของผู้ชาย “เป็นลม? ใครส่งเธอไปโรง พยาบาล?”
ธิชาหวาดผวาอย่างมาก ถึงแม้ว่าเธอกับผู้ชายแซ่ภักดิภูมิเมธี คนนั้น…………เจอกันโดยบังเอิญ แต่ธาวินไม่เคยเป็นคนมี เหตุผล เขาเจ้าเล่ห์ขี้สงสัย ถ้าหากเขารู้ว่าเธอผัวพันอยู่กับชาย แปลกหน้ากลางดึก เขาต้องคิดมากแน่นอน
เธอฝืนทำสงบสติ พูดด้วยเสียงเรียบ “หนูไม่รู้….คิดว่าน่าจะ เป็นคนเดินผ่านที่มีน้ำใจ
ธาวินเงียบอยู่นาน เธอก็ยืนตรงอย่างเชื่อฟังไม่กล้าขยับตัว
จนกระทั่งผู้ชายยืนขึ้นฉับพลันท่ามกลางความมืด ร่างสูงใหญ่ เดินมาตรงหน้าเธอ เธอไม่ทันได้ขัดขืน ก็ถูกเขาอุ้มขึ้นมาแล้ว เธอถูกธาวิน โยนขึ้นเตียง จากนั้นร่างกายก็ถูกเขาทับลงมา
ธิชาไม่ได้ลืมคำพูดพวกนั้นที่หมดพูดเมื่อ……….
คำพูดพวกนั้นถูกจะตรงเกินไป แต่ก็ไม่ใช่ไม่มีเหตุ
ช่วงนี้ธาวินยิ่งอยู่………อบจะซาดิสม์แล้ว
เธอยิ่งอยู่ก็ยิ่งรู้สึกว่าตัวเองทนรับไม่ไหวแล้ว เมื่อคืนก็ถูกเขา ทําจนเกือบลุกไม่ขึ้น
เป็นแบบนี้ต่อไปแม้แต่คาบเรียนปกติเธอก็ไปไม่ได้ ยังใช้เวลา นอกการเรียนไปทำงานหาเงินยังไง
ฝ่ามืออันเร่าร้อนของธาวินแนบอยู่หน้าท้องเธอ นวดอย่างไม่ หนักไม่เบา
ธิชารู้สึกว่าร่างของตัวเองยิ่งอยู่ยิ่งเพลีย อดพูดขอร้องเสียง เบาไม่ได้ “พี่วิน วันนี้หนูไม่สบายจริงๆ ปล่อยหนู ปล่อยหนูไปสัก ครั้งได้ไหม….……..
การกระทำของมือผู้ชายชะงักกะทันหัน จากนั้นก็หยิกเอวของ เธออย่างแรง
ธิชาเจ็บจนกรีดร้องด้วยความหอบ มองเขาอย่างไร้เดียงสา
ผู้ชายเม้มปากแน่นท่ามกลางความมืด พูดอย่างเสียดสี “เธอดูตัวเอง ไม่เอาไหนเลย เกิดมาหน้าตาเหมือนนางแพศยาอย่าง แม่เธอ แต่กลับไม่ได้เรื่องแบบนี้………ถึงความสามารถใน เรื่องชั่วยั่วผู้ชาย เธอควรจะศึกษากับแม่เธอดีๆนะ”
พูดไป เขาก็กัดผิวหนังของเธอ อย่างไร้ความปรานี
ตอน 3
บทที่3
ชากัดริมฝีปาก ก่หมัดไว้แน่นอย่างไร้เสียง
เขาเหยียดหยามเธอยังไง เธอก็ทนได้ แต่เกลียดที่สุดก็คือเขา เหยียดหยามแม่ของเธอ……..
แต่เธอไม่มีความสามารถ ไม่กล้าอารมณ์เสียใส่เขา
ถึงแม้จะโกรธจนตัวสั่น ก็ทำได้แค่ทน
ธาวินนวดคลึงเอวของเธอไปมาด้วยแรงอันคลุมเครือ คำพูดที่ ออกจากปากนั้นหยาบคายอย่างที่สุด
“ในเมื่อไม่สบาย ถ้าอย่างนั้นก็รักษาตัวดีๆ เธอต้องจำไว้ ตลอดว่าเธอเป็นของฉัน ร่างกายก็คือต้นทุนของเธอ ทนรับไม่ ไหวแบบนี้ จะทำให้ฉันพอใจได้ยังไง?”
“ตั้งแต่ตอนนี้ เพิ่มข้อตกลงอีกหนึ่งข้อ จากนี้ไปเธอผอมหนึ่ง กิโล หักหนึ่งหมื่น”
เขาหัวเราะอย่างชั่วร้าย นิ้วยาวหยิกแก้มของเธอ “เพื่อจะเอา เงินจากตัวพี่วินคนนี้ จากนี้ไปก็กินเยอะหน่อย กินอ้วนหน่อย อือ?”
ผิวอันอ่อนนุ่มของธิชาถูกเขาหยิกจนเจ็บ
เธอรู้สึกปวดที่ปลายจมูกฉับพลัน อาจจะเป็นเพราะว่าความ เหน็ดเหนื่อยมาทั้งคืน อะไรบางอย่างที่คอยพยุงตัวเองให้ทนใช้ชีวิตมันแตกสลาย แล้ว เมื่อแตกสลายแล้วสิ่งที่ออกจากข้างในก็คือความสิ้นหวัง
เมื่อก่อนธาวินไม่ได้เป็นแบบนี้
เขาเคยเป็นวันที่ดีที่รักใคร่เธอ
เพียงแค่ตั้งแต่วันที่พ่อเส้นเลือดในสมองแตกวันนั้น ทุกอย่างก็ เปลี่ยนไป
เธอไม่เพียงต้องทนรับความเกลียดชังและทรมานเหยียด หยามอย่างไม่มีเหตุผลของธาวิน ยังต้องใช้ร่างกายตัวเองมา ประคับประคองชีวิตของแม่อีก
ตอนแรกเธอคิดว่าตัวเองทนได้ แต่ว่าแรงกดดันอย่างไม่มีวัน สิ้นสุดแบบนี้ ค่อยๆทำให้เธอหายใจไม่ออก
ธิชารู้สึกว่าตัวเองน่าจะสมองผิดปกติ เธอเบิกตาโตฉับพลัน
ตาโตสดใส
เธอมองธาวินอย่างจริงจัง เผยอริมฝีปากถามเธอ “พี่วิน พี่จะ ทรมานหนูถึงเมื่อไหร่? พี่บอกหนูได้ไหม ว่าหนูทำอะไรผิดกัน แน่?”
สีหน้าดุร้ายกระลิ้มกระเหลี่ยของธาวินเปลี่ยนอย่างฉับพลัน
เขาหรี่ตาลงด้วยสายตาที่อันตราย แรงที่หยิกแก้มของเธอนั้น ไม่ได้คลายออกเลย
ธิชารอไปครึ่งนาทีก็ไม่ได้คำตอบของเขา กลับเผยอริมฝีปากออกฉับพลัน ยิ้มให้เขาขึ้นมา
ร่างกายเธออ่อนเพลียมาก หมดสติไป แล้วไม่ได้กินอะไรมา หลายชั่วโมง
ใบหน้าเล็กๆนั้นซีดเซียว ท่ามกลางความมืดแสงสลัวนั้นดู สายหยาดเยิ้ม
“ตอบยากใช่ไหม? ถ้าอย่างนั้นหนูเปลี่ยนวิธีถามละกัน พี่วิน พี่เคยรักหนู ใช่ไหม?”
ธิชาถามคำถามนี้ออกมา ในใจสงบเหมือนดั่งไม่สะทกสะท้าน
ต่อความตาย
เธอมั่นใจว่าตัวเองต้องใจกล้าบ้าบินไปแล้วแน่นอน
คาดว่าธาวินคงจะบีบคอเธอตายไปโดยตรง เขาทำได้จริงๆ
ปรากฏว่าหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นหน้าดำยิ่งกว่ายมทูตอีก
นิ้วยาวของเขาหยิกแก้มสองข้างของเธอไว้ ค่อยๆแรงขึ้น “ธิชา มีชีวิตอยู่ไม่ดีเหรอ? รู้เยอะเกินไปจะตายเร็วมากนะ เธอ อยากตายมากเหรอ?”
ธิชาถูกเขาหยิกไว้แบบนี้ เสียงที่ร้องออกมาก็ค่อนข้าง
ประหลาด
แต่ว่าเธอยังคงพูดอย่างยิ้มแย้ม “พี่วิน พี่ยิ่งทำแบบนี้ หนูยิ่ง รู้สึกว่าความจริงพี่หลอกตัวเองไม่ได้ พี่รักหนู อย่างน้อยก็เคยรัก ไม่อย่างนั้น……… สีหน้าของผู้ชายเปลี่ยนเป็นดุร้าย
เขาหยิบหมอนด้านข้างขึ้นมา กดไว้บนหน้าสาวน้อยอย่างแรง
เหมือนอยากกดให้เธอตายไปเลย
ธิชาหายใจไม่ออก สมองค่อยๆขาดออกซิเจน แขนขากลับ ผ่อนคลายลงมา
เธอถามคำถามที่ไม่ควรถามที่สุด แตะต้องเส้นตายของธาวิน
เขาอยากฆ่าเธอจริงๆ
แต่ในวินาทีนี้ ในใจเธอกลับรู้สึกดีใจ
ตายไปก็ดีเหมือนกัน จบสิ้นทุกอย่าง เธอก็ไม่ต้องอดทน
กล้ำกลืนแล้ว ไม่มีอะไรสู้กับถูกผู้ชายที่เคยรักเหยียดหยามทรมานเหมือน ขยะเป็นเวลานาน รู้สึกเจ็บปวดมากไปกว่านี้แล้ว
ถ้าหากธาวินสามารถให้เธอจบอย่างสบาย นั่นกลับเป็นการ หลุดพ้นสําหรับเธอ
แต่ว่าหมอนที่จะกดเธอให้ตายนั้นสุดท้ายก็ถูกโยนลงไปใต้ เตียง
ธิชาถูกกดจนหน้าแดงก่ำ จนเกือบจะกลอกตาแล้ว ผ่านไปสัก พักถึงกลับมาหายใจปกติ
เธอยิ้มอย่างโศกเศร้า “พี่วิน สุดท้ายพี่ก็ยังไม่ยอมปล่อยฉันไป” ยังไม่ยอมปล่อยตัวเอง
ธิชานอนถึงหัวค่ำ
เมื่อเธอนอนอิ่มก็ได้ตั้งสติกลับมาแล้ว จำเรื่องที่เธอทำช่วงเช้า ตรูได้อย่างชัดเจนว่าน่ากลัวขนาดไหน
เธอเกือบส่งตัวเองไปสู่ความตายแล้ว ธาวินคงจะทรมานเธอไปอีกหลายวัน อย่างไรเสียในครั้งนี้ เธอยั่วโมโหเขายั่วยุอย่างรุนแรงแล้ว ขณะที่เธอกำลังนั่งรอการมาถึงของยามค่ำคืนอย่างไม่ สบายใจ
ภาพที่ทำให้เธอตะลึงเกิดขึ้นแล้ว
เธอรอธาวินกลับมากินอาหารเย็นพร้อมกันบนโต๊ะอาหารตาม
ปกติ
แต่ว่าตอนที่ธาวินกลับมา ในอ้อมกอดมีผู้หญิงคนหนึ่ง
ธิชาตะลึงอยู่บนเก้าอี้
สิ่งที่ทำให้ความสงบของเธอแตกร้าวนั้นไม่ใช่ความอิจฉาหรือ
หึงหวง
เพราะว่าผู้หญิงคนนี้ไม่ใช่ผู้หญิงชั้นต่ำหยาบคายทั่วไปที่ธาวิน ใช้ระบายความใคร่ สาวน้อยทีเขากอดไว้ในอ้อมกอดอย่างรักใคร่มาก……….เป็น เพื่อนเล่นของเธอตั้งแต่เล็กจนโต เป็นเพื่อนรักของเธอญาณิน
ญาณินเป็นคุณหนูของข้าราชการ ชาติกำเนิดสูงส่ง มันก็คู่ควร
กับฐานะของธาวิน
พวกเธอกันขนาดนี้………เรียนอนุบาลเดียวกัน ประถม มัธยม จนถึงมหาลัยถึงแยกจากกัน แต่มหาลัยทั้งสองแห่งระยะห่าง เพียงแค่เดินสิบนาทีเท่านั้น
แต่………ไมเธอไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าญาณินคบหากับธา
วิน?
ญาณินกอดแขนของผู้ชายไว้อย่างเขินอาย พูดอย่างอึดอัดใจ
อย่างมาก “ธิชา ต้องขอโทษจริงๆนะ ปิดบังเธอมา ตลอด……ความจริงฉันกับพี่วินคบหากันมาสักระยะแล้ว เพียง แค่ความสัมพันธ์ของสองครอบครัวเราใกล้ชิด ก่อนที่จะตัดสิน เรื่องการแต่งงานอย่างแน่นอนจะให้เป็นจุดสนใจไม่ได้ แต่……….วันนี้พี่วินของเธอขอฉันแต่งงานแล้ว อีกไม่นานก็จะ ประกาศข่าวงานแต่ง เพราะฉะนั้น ..ธิชา เธอคงไม่โทษฉัน หรอกนะ?”
จู่ๆ ธิชาเหมือนกับเลือดทั่วร่างกายแข็งตัว
คบหากัน
ขอแต่งงาน
ประกาศข่าวงานแต่ง ในสายตาเธอมีเพียงตัวอักษรอันแสบตาเหล่านี้กะพริบอย่าง บ้าคลั่ง
ทิ่มแทงหัวใจเธอจนเลือด ใกล้จะไหลแล้ว
เธอเงียบไปอยู่สักพัก ญาณินสีหน้าตื่นตระหนก ขอความช่วย เหลือจากธาวินอย่างทำตัวไม่ถูก “วิน คุณดู……. ธิซาโกรธแล้ว จริงๆ โทษคุณนั่นแหละ ฉันพูดตั้งนานแล้ว ทำไมต้องปิดแม้ กระทั่งเธอ…….”
ใบหน้าอันหล่อเหลาของธาวินบึ้งตึง ก้าวไปข้างหน้าสองก้าว เหมือนกับพี่วินที่เดิมยื่นมือขยี้หัวของชา
“ธิชา อย่าเอาแต่ใจ ณินเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของเธอไม่ใช่เหรอ? พี่วินแต่งงานกับเขา หรือว่าเธอจะไม่ดีใจกับพี่วินและนเหรอ? น่ารักหน่อย เรียกพี่สะใภ้
ตอน 4
บทที่4
ธิชาตะลึงจนลืมแม้กระทั่งหายใจ
เธอไม่ได้ยินเสียงที่อ่อนโยนของธาวินแบบนี้มานานแล้ว เพราะฉะนั้นตอนนี้เขา……..ลังแสดงบทบาทพี่วินที่ดีต่อหน้า คู่หมั้นตัวเอง?
ชามองไปที่เขาด้วยสายตาซับซ้อน
สายตาของผู้ชายลึกซึ้ง ท่ามกลางความเงียบสงบนั้นมีความ ดื้อรั้น
แต่สามารถมองเห็นได้เพียงมุมของธิชา