ตอน 1
เกมร้ายเกมรัก
บทที่ 1 ถูกแม่ไล่ตาม
“นังตัวดี แกไปไหนนั่น ! " เสียงโศกเศร้าระคนโกรธขึ้งของอรัญญาผสานเสียงฝีเท้าวิ่งดังมาจากข้างหลัง
ได้ยินเสียงตะคอกที่คุ้นเคยนี้ พิมพ์ลดาชะงัก หันกลับไปมองที “ไม่น่ะ! ยังไล่ตามออกมาหรือ?” พบว่าท่านแม่ผู้ยิ่งใหญ่ของเธอใกล้จะไล่ตามมาทันแล้ว พิมพ์ลดารีบคว้ากระเป๋าถือในมือไว้แน่น เร่งฝีเท้าออกวิ่ง เมื่อสักพักในห้องจัดเลี้ยง เธออ้างมาเข้าห้องน้ำแจ้นหนีมานึกว่าจะสามารถหลบหนีออกมาได้ราบรื่น ใครจะรู้ว่าสัญชาติญาณคุณแม่เธอกลับตื่นตัวยิ่งกว่าแมว ยังคงออกมาตรวจดูสถานการณ์ได้
ไม่นะ เธอพิมพ์ลดาตีให้ตายจะไม่กลับไปที่นั่นอีก
วันนี้ถ้าไม่ใช่แม่เธอซึ่งใช้ท่าทีทั้งอบอุ่นและร้อนรนหลอกเธอว่า ทั้งครอบครัวสามคนมาพักผ่อนวันหยุดเทศกาลไหว้พระจันทร์ที่รีสอร์ทเปิดใหม่ริมทะเล เธอก็จะไม่ละทิ้งวันหยุดที่จะได้นอนพักผ่อนบิดขี้เกียจอันหายากนี้ เดินทางไกลมาตากลมทะเลที่นี่
ชายคนนั้นในห้องจัดเลี้ยง เล่ากันว่าอายุเพิ่งได้ 35 ปี ทำงานที่สำนักงานเทศบาล แต่เธอพิมพ์ลดาดูอย่างไรก็ไม่ได้รู้สึกว่าเขาอายุแค่สามสิบห้า !
ชายวัยกลางคนอายุสามสิบห้าปี เป็นไปได้หรือที่มีผมทรงทุ่งหมาหลงแถมตีนกาเต็มหางตา?
ข้าราชการคนหนึ่งทำงานที่สำนักงานเทศบาล แม้ว่าวันนี้จะไม่ได้เข้างาน แต่เห็นแก่วันนี้เป็นวันนัดดูตัวอย่างไรเสียก็น่าจะแต่งองค์ทรงเครื่องเรียบ ๆ ร้อย ๆซะบ้าง อย่าได้สวมใส่ชุดที่มีขนาดใหญ่หลวมโพรกกว่ารูปร่างเขาถึงสองเบอร์ ทั้งยังเป็นเสื้อเชิ้ตลายดอกที่คัดออกจากตลาดขายส่ง!
พอเห็นลุงชายวัยกลางคนนั้นฉีกยิ้มให้ตนเอง พิมพ์ลดาก็กินข้าวไม่ลงแล้ว นี่วันข้างหน้าถ้าต้องใช้ชีวิตร่วมกันกับเขาตลอด หล่อนก็ต้องอดตายไม่ช้าก็เร็วแน่ !
“แม่ ! “ พิมพ์ลดาวิ่งออกมาจากประตูใหญ่ของโรงแรมแล้ว หันกลับมาตะโกนว่า “คุณอรัญญา ท่านโปรดอย่าไล่ตามฉันอีกได้ไหม?”
ตั้งแต่เด็กมาพิมพ์ลดาก็เป็นคนเกียจคร้าน ถ้านอนได้ก็จะไม่นั่ง ถ้านั่งได้ก็จะไม่ยืน ดังนั้นหน้าสิ่วหน้าขวานตอนนี้ เธอหวังว่าจะสามารถเดินได้ก็จะไม่วิ่งแน่นอน เพียงแต่ว่าท่านหญิงท่านนี้ไม่คิดจะปล่อยเธอไปแบบนี้ “นังตัวดี หยุดวิ่งให้ฉันเดี๋ยวนี้”
หยุดวิ่งให้ท่าน? แม่แก่ท่านคิดว่าลูกสาวของท่านข้าโง่นักหรือ? ในใจกำลังคิด พิมพ์ลดาได้วิ่งมาถึงขอบถนน
รีสอร์ทตากอากาศริมทะเลแห่งนี้อยู่ห่างจากตัวเมือง S มีระยะทางรถวิ่งประมาณสี่สิบหรือห้าสิบนาที ปกติมีเพียงรถขนส่งสาธารณะในเมืองและรถนำเที่ยวทัวร์รีสอร์ทผ่าน เรียกแท็กซี่ไม่ได้
“ทำอย่างไรดี?ทำอย่างไรดี?” พิมพ์ลดากระวนกระวายโลดเต้น หันไปมองข้างหลัง แม่แก่ของเธอก็ได้ห่างจากตนเองมีระยะทางไม่ถึงห้าเมตรแล้ว .
ขณะที่เธอเตรียมจะสงบจิตปลงสังเวชกับชะตากรรมอันแสนเศร้าของตนเองในวันนี้ ก็ได้ยินเสียงรถสตาร์ทวิ่งมา
จิรฐาไม่ค่อยดื่มสุรา ดื่มสุรายิ่งไม่เก่ง วันนี้พร้อมด้วยเพื่อนโรงเรียนเก่าหลายๆคนร่วมงานเลี้ยงที่รีสอร์ทริมทะเล ถูกบังคับให้ดื่มสองแก้ว ตอนนี้เวียนศีรษะสาหัส จนต้องให้เลขาปรัณมารับเขา
แค่เขาขึ้นรถแล้วหลับตาลงคิดจะพักผ่อนสักครู่ ก็ได้ยินเสียงประตูรถข้าง ๆตัวถูกเปิดออก
“คุณค่ะ กรุณาขับรถพาฉันไปสักระยะค่ะ”
เขาลืมตาขึ้นมาก็เห็นผู้หญิงคนหนึ่งขึ้นรถของเขาแล้ว ตามมาด้วยกระแทกปิดประตูรถดังปัง ท่าทีเคลื่อนไหวได้คล่องแคล่วมาก
และคำพูดของเธอที่ว่า “คุณค่ะ รบกวน กรุณาขับรถพาฉันไปสักระยะค่ะ” นี่ไม่ได้พูดกับเขา แต่พูดกับปรัณคนขับที่นั่งข้างหน้า
ผู้หญิงคนนี้ที่จู่ ๆ ก็ปรากฏขึ้นทำให้ปรัณนิ่งขึง ส่องผ่านกระจกมองหลังที่อยู่ข้างหน้ารถ เขามองดูสีหน้าอ้อนวอนของพิมพ์ลดาแล้วมองไปที่จิรฐาซึ่งอยู่ข้างหลังตนเอง
“ในเมือง...”
“ออกรถ”
ได้ยินเสียงผู้ชายข้างๆตัวดังขึ้น พิมพ์ลดาจึงพบว่าแท้จริงเบาะหลังของรถ นอกจากเธอแล้วยังมีคนอีกหนึ่งคน
พอเขาสั่งปุ๊บ รถ BMW ก็ได้วิ่งห่างออกจากที่เดิมทันทีก่อนหญิงเฒ่าน้อยบ้านเธอไล่ตามมาถึงเพียงเสี้ยววินาทีเดียว
เมื่อหันไปมองข้างหลัง คุณอรัญญามือเท้าสะเอว กระหืดกระหอบ ท่าทีไม่แคร์ยืนอยู่ที่ขอบถนน พิมพ์ลดาพึมพำออกมาเบาๆ “ขอโทษค่ะ ท่านแม่ !”
เสียงของเธอแม้จะเบาแต่ก็ยังเล็ดลอดเข้าไปสู่หูของชายที่อยู่ข้างกาย
จิรฐาไม่สนใจเธอ เพียงหลับตาพักผ่อน แม้ว่าวันนี้เป็นวันหยุดพัก แต่ช่วงบ่ายเขายังต้องการกลับเข้าไปในเมืองเพื่อเตรียมการงานบางอย่าง จึงต้องสร่างเมาให้ได้ก่อน
พิมพ์ลดาสงบจิตใจตนเองอันเนื่องจากตื่นเต้นหลังออกกำลังอย่างรุนแรงเมื่อครู่ สักพักจึงคิดขึ้นมาได้ว่าตนเองยังไม่ได้ขอบคุณเขา
เพิ่งขึ้นรถ เธอไม่ทันสังเกตคนรอบข้าง แค่คิดว่าใครนั่งอยู่ในที่นั่งคนขับ รถนั้นก็ต้องเป็นของใครคนนั้น
แต่เมื่อสักครู่นี้ คนที่นั่งอยู่ในที่นั่งคนขับได้ฟังคำของคุณที่อยู่ข้างกายของตนแล้วจึงออกรถ ถ้างั้น...นายใหญ่ควรเป็นเขาจึงถูกใช่ไหม?
จัดแจงเผ้าผมยาวอันยุ่งเหยิงไปบ้างจากการวิ่งหนีอย่างรวดเร็ว พิมพ์ลดากล่าวกับจิรฐาว่า “คุณค่ะ ขอบคุณที่ช่วยพาฉันกลับเข้าในเมืองค่ะ”
“...”
มีเพียงเสียงของรถวิ่งบนถนนที่ตอบสนองต่อพิมพ์ลดา
เงยหน้าขึ้นมองมือทั้งคู่นี้ที่กอดอก หลับตาพักผ่อนงีบสักครู่แต่คิ้วยังขมวดเล็กน้อยของชายหนุ่ม พิมพ์ลดาเบ้ปาก หันหน้ากลับไม่หาเรื่องให้ตนเองต้องถูกหมิ่นประมาทอีก
ทว่า ผ่านการสังเกตเมื่อสักครู่ พิมพ์ลดาพบว่าชายข้างกายตนเองคนนี้มีสภาพผิวชั้นหนึ่ง รูปร่างเพรียวในชุดสูทที่ตัดอย่างเหมาะสมลักษณะ กลิ่นอายของผู้ชายที่ประสบความสำเร็จ
ถ้าแม่แก่ของเธอจัดนัดบอดให้หนุ่มเหล่านั้นมีเค้าร่างสักครึ่งของชายหนุ่มคนนี้ รับรองได้ว่าเธอพิมพ์ลดาจะไม่วิ่งหนีหรอก
คิดถึงตรงนี้ พิมพ์ลดาเผลอหัวเราะออกมา
ได้ยินเสียงหัวเราะของเธอ ปรัณเหลือบขึ้นมองกระจกมองหลังเพื่อมองดูสีหน้าของจิรฐา เห็นเขาไม่ตอบสนอง จึงกระซิบถามว่า “คุณผู้หญิง คุณต้องการจะลงที่ไหนครับ?”
ได้ยินปรัณพูด พิมพ์ลดาจึงสังเกตเห็นว่ารถได้เข้ามาในเมืองแล้ว “ให้ฉันลงตรงสี่แยกที่ถัดไปนั้นก็ได้แล้วค่ะ”
พิมพ์ลรู้ว่าตนเองหน้ายังไม่ด้านพอที่จะให้คนแปลกหน้าใจดีส่งตนเองกลับถึงบ้าน ยิ่งกว่านี้ นายใหญ่ข้างกายคนนี้ดูราวกับไม่ได้สนใจใยดีเธอสักนิด
วันนี้เธอหนีจากงานเลี้ยงดูตัว คุณอรัญญาผู้มีจิตใจคับแคบของบ้านเธอคงไม่ปล่อยผ่านเธอง่ายๆแบบนั้น เพื่อรักษาชีวิตให้ครบบริบูรณ์สามารถสร้างคุณูปการแก่ประเทศชาติบ้านเมืองต่อไป เชอะ ไม่ได้ยิ่งใหญ่ขนาดนั้นหรอก! พิมพ์ลดาตัดสินใจว่าตนเองต้องรีบกลับเข้าบ้านก่อนคุณอรัญญา และรีบเก็บข้าวของย้ายไปอยู่บ้านคุณสไปรท์สักพัก รอจนคุณอรัญญาหายโกรธ ค่อยหาโอกาสกลับมา ในบ้านยังมีคุณพ่อที่เมตตาใส่ใจและอดทนมากของเธอ ท่านนั้นอยู่ เธอไม่กังวลว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับแม่แก่ของเธอเด็ดขาด
“คุณผู้หญิง ขอให้เดินดีๆน่ะครับ ! ” ปรัณกล่าวอย่างสุภาพเมื่อเห็นคุณพิมพ์ลดาลงจากรถ
พิมพ์ลดาพยักหน้าเล็กน้อย กล่าวว่า “ขอบคุณ!” หลังจากนั้นแล้วค่อย ๆปิดประตูให้เขา
รถกลับวิ่งออกสู่ถนน จิรฐาค่อยๆลืมตาขึ้นและเอียงศีรษะมองไปตรงที่ที่พิมพ์ลดาเพิ่งนั่งอยู่เมื่อสักพัก
ต่างหูรูปหัวใจสีแดงดวงหนึ่งนอนนิ่งสงบอยู่ที่นั่น ทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะเอื้อมไปหยิบขึ้นมา
รูปหัวใจหรือ?
มองต่างหูในใจกลางฝ่ามือ จิรฐาขยับยกมุมปากขึ้นแล้วกำมือแน่นวางลง
ตอน 2
บทที่ 2 ยืมพักอาศัย
เสียงเคาะประตูดังขึ้นราวเสียงตีกลองรัว หญิงสาวค้อนขวับ วางสาวน้อยในอ้อมแขนลง ลุกขึ้นไปเปิดประตู
แค่ได้ยินเสียงพังประตูนี้ เธอก็พอจะเดาได้ว่าคนที่ยืนอยู่หน้าประตูจะเป็นใครแล้ว
ก็แค่ ... เป็นกระเป๋านี้ ...อะไรกันเนี่ย !
“เฮ้ ไอ้พิมพ์ แกกำลังทำอะไรนี่น่ะ?” เห็นหญิงสาวนอกประตูลากกระเป๋าขนาดใหญ่พิเศษของเธอผ่านเข้าประตูตนเองโดยตรง คุณสะไปรท์ไม่สงบแล้ว
ได้ยินคำพูดของคุณสะไปรท์ พิมพ์ลดาหยุดเดินและหันกลับไปยิ้มจนเห็นฟัน “คุณสะไปรท์ให้ฉันอยู่ด้วยสักสองสามวันน่ะ !”
คุณสะไปรท์มีนามว่าสะปัน เพราะชื่อเดิมพยางค์ท้ายออกเสียงใกล้เคียงคำว่าสะไปร ดังนั้นพิมพ์ลดาจึงไม่เคยเรียกชื่อของเธอได้ถูกต้องตั้งแต่ไหนแต่ไร แน่นอน ไม่ใช่เธอออกเสียงไม่ได้มาตรฐาน แต่เพราะเธอไม่เคยคิดจะเรียกให้ถูกต้องมาก่อน
สะปันเป็นเลขานุการคนหนึ่ง มีหน้าที่หลักในการช่วยงานท่านประธาน สามปีก่อนท้องก่อนแต่งจึงต้องแต่งกับทินพลสามีของเธอ
ในวันแต่งงานสะปันนั้น พิมพ์ลดารู้สึกว่าตัวเองมีทั้งความสุขและความเจ็บปวด! เธอยินดีที่เพื่อนที่ดีที่สุดของเธอได้แสวงหาพบหลักแหล่งที่ดี แต่หล่อนก็รู้ในเวลาเดียวกันว่าอนาคตในสายตาของแม่เธอ เธอพิมพ์ลดาก็กลายเป็นสื่อการสอนในทิศทางตรงข้ามเรื่องสาวโสดแก่อย่างสุด ๆ! เธอก็ต้องได้รับการดูแคลนจากคุณอรัญญาเป็นพัก ๆ ! บางครั้งบางคราวคุณอรัญญาก็จะต้องพูดกับเธอว่า “หล่อนดูซิ สาวน้อยบ้านสะปันเดินได้แล้ว!” “หล่อนดูซิ สาวน้อยบ้านสะปันพูดได้แล้ว!”
เมื่อไม่กี่วันก่อน วันเปิดเรียน แต่เช้า ขณะพิมพ์ลดากำลังกินข้าวเช้า คุณอรัญญาอุทานเสียงหนักยาวว่า “หล่อนดูซิ สาวน้อยบ้านสะปันเข้าอนุบาลได้แล้ว!”
พิมพ์ลดาแถบจะขนมปังติดคอสำลักตาย !
ทินพล สามีของสะปันเป็นลูกโทนในครอบครัว พ่อแม่แยกทางกัน และเขาอาศัยอยู่กับพ่อ ชายชรากล่าวว่าไม่อยากรบกวนชีวิตสามีภรรยาของพวกเขา จึงแข็งขืนอาศัยอยู่บ้านหลังเก่าในเขตชานเมืองไม่ยอมย้ายมาอยู่ด้วย
พิมพ์ลดารู้ว่าทินพลไปทำธุระที่เมือง Hในวันนี้ และต้องไปเป็นอาทิตย์ ที่บ้านสะปันก็เหลือแค่แม่และลูกสาวสองคน ดังนั้นเธอมาถูถูไถไถกินดื่มบนห้องได้ พอดี!
“เฮ้ ไอ้พิมพ์!” ได้ฟังพิมพ์ลดาเล่าเรื่องต้นสายปลายเหตุทั้งกระบวนการที่ตนเองหนีออกจากบ้านอย่างออกรสชาดในครั้งนี้
สะปันขมวดคิ้วถามว่า “หล่อนหนีจากงานเลี้ยงดูตัว แม่เธอต้องโกรธเป็นฟืนเป็นไฟอยู่แล้ว หล่อนบอกว่าหล่อนหนีออกจากบ้าน ดีชั่วก็หนีไปให้ไกลสักหน่อย เบียดเข้ามาบ้านฉันช่วยอะไรได้อ่า? หล่อนคิดว่าแม่ของหล่อนไม่คิดว่าหล่อนจะมาอยู่ที่นี่กับฉันหรือ? หล่อนไม่กลัวแม่หล่อนมาบ้านฉันฉุดหล่อนกลับไป และหลังจากนั้นสับทีละชิ้น ๆหรือ?”
ได้ฟังสะปันบรรยาย พิมพ์ลดาค้อนขวับอย่างจนใจ “เจ้าวางใจ แม่ฉัน ฉันเข้าใจ แม้ว่าปกติเธอไม่ได้ใจดีกับฉันนัก แต่ก็ไม่ถึงกับเอาลูกสาวแท้ๆมาทำซุปซี่โครงตุ๋น!” พูดจบ เธอก็หอมหน้าลูกสาวคนโปรดนั้นของสะปันอย่างเมามัน หยิบกระเป๋าข้างกายขึ้น ดันกระเป๋าเดินทางเข้าไปในห้องรับแขกของพวกเธออย่างช่ำชองมักคุ้นต่อประตูทางเดินมากยิ่ง!
ในความเป็นจริง ถ้าพิมพ์ลดาเองไม่วิตกกังวล สะปันก็ไม่ได้มีอะไรที่จะไม่เต็มใจ
ในช่วงเวลานี้ สำนักกีฬาได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมฟิตเนสของชุมชนประจำเดือน พวกเขามวลชนทุกคนต่างยุ่งจนแต่ละคนอยากจะให้ตนเองมีสามเศียรหกกร ประจวบกับทินพลก็เดินทางไปทำธุระ เธอยังห่วงสาวน้อยของตนขาดคนดูแล กำลังพิจารณาว่าจะส่งบุตรสาวไปอยู่กับยายไม่กี่วัน นี่แล่ะ พิมพ์ลดามาแล้ว!
พิมพ์ลดาเป็นแม่บุญธรรมของสาวน้อย รักสาวน้อยเข้ากระดูกมาตลอด มีพิมพ์ลดาช่วยเธอดูแลเด็ก เธอก็สามารถวางมือไปทำงานของเธอได้แล้ว!
คิดถึงจุดนี้ สะปันหัวเราะแกมโกงอย่างหน้าด้าน
จิรฐาปิดเอกสารชุดสุดท้ายลง เหลือบตาขึ้น มองไปที่เวลาซึ่งอยู่ด้านล่างมุมขวาของหน้าจอคอมพิวเตอร์
ทุ่มหนึ่งแล้ว
อดีตท่านประธานบริษัทJ.K.กรู๊ปจำกัดเนื่องจากทุจริตฉ้อโกงถูกจับ เขาถูกย้ายมาที่นี่ชั่วคราว แม้ว่าเดิมเป็นคนเมือง แต่ในปีที่ผ่าน ๆ มาเขาแทบจะไม่เคยกลับมา จึงไม่คุ้นเคยกับสภาพต่าง ๆของเมืองsมากนัก เขาต้องการที่จะเข้าใจทุกอย่างในที่นี่อย่างทะลุปรุโปร่งก่อนเข้ารับตำแหน่ง ในที่สุดแม้แต่วันหยุดก็ต้องใช้ร่วมเข้าไปด้วย
ข้างนอกมืดค่ำแล้ว เริ่มประดับประดาด้วยแสงไฟ มองจากห้องประธานสำนักงานบริษัทJ.K.กรู๊ปจำกัดชั้น 19 ยามค่ำคืนเมือง S ได้อรรถรสแตกต่างออกไป
จิรฐาพบว่ามือถือส่วนตัวของตนเองมีห้าสายที่ไม่ได้รับ สี่ SMS ยังไม่ได้อ่าน
โอ้แย่แล้ว เขาทำงานยุ่ง จนลืมไปว่าเมื่อเช้าได้ตกปากรับคำกับหญิงชราในครอบครัวพวกเขา คืนนี้กลับบ้านรับประทานข้าวเย็น
มือใส่โทรศัพท์มือถือกลับไว้ในกระเป๋า เขาจับเอาเอกสารสองสามฉบับที่ยังอยากยืนยันอีกครั้งใส่กระเป๋า แล้วสวมชุดสูทที่แขวนไว้บนพนักเก้าอี้ หยิบกระเป๋าและกุญแจรถออกจากสำนักงาน
แผนการกลับบ้านรับประทานอาหารเย็นเป็นอันพับไป ทว่าพอจิรฐาออกจากตึกอาคารใหญ่ เสียงโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้นอีก
“ฮัลโหล” พอเขารับโทรศัพท์มือถือปุ๊บก็ต้องถอยลำโพงห่างไปสักหน่อย เสียงเอะอะมะทึ่งที่ปลายสายนั้นทำให้เขารู้สึกแก้วหูลั่นสนั่นจนปวด!
“จิรฐา พวกเราทุกคนกำลังอยู่ที่โรงแรมมวนยูน่ะ! รีบมาเร็ว ได้ยินไหม?” คนที่ปลายสายโทรศัพท์นั่นดูเหมือนจะไม่ได้อยากให้จิรฐาได้มีโอกาสปฏิเสธ ก่อนที่จะเขาจะให้คำตอบก็วางสายโทรศัพท์ไปแล้ว
มองหน้าจอสลัวของโทรศัพท์มือถือในมือ จิรฐาส่ายหน้ายิ้ม เดินไปที่รถยนต์ของตน
ดูเอกสารมาทั้งวัน ไปสังสรรค์กับพวกเขาตามด้วยแก้ไขเรื่องอาหารมื้อค่ำก็เป็นความคิดที่ไม่เลว คิดเช่นนี้ เขาก็กลับรถมุ่งสู่สถานที่ที่ธนัทได้ให้เขาไว้ในโทรศัพท์
โรงแรมมวนยูชั้นสองห้องจัดเลี้ยงหมายเลขหนึ่งระดับพรีเมี่ยม คนกลุ่มหนึ่งกำลังนั่งล้อมรอบโต๊ะกลม ดวงตาทุกคู่และทุกสายตาก็จ้องเขม็งไปยังขวดเบียร์สีเขียวเข้มซึ่งวนเป็นวงกลมต่อเนื่องนั้นที่อยู่กลางโต๊ะ
คนกลุ่มนี้มาจากบริษัทโฆษณายี่เซงแฟชั่นจำกัดซึ่งเป็นระดับชั้นนำในประเทศ วันนี้พวกเขามาสังสรรค์ฉลองการรับงานโฆษณาน้ำหอม ”KissWeddi
g” ของบริษัทไฮไฮกรู๊ปจำกัด และฮีโร่ที่นั่งอยู่กลางที่สุดพวกเขา ก็คือพิมพ์ลดาที่ยังอยู่ในสภาพเพิ่งหนีออกจากบ้านไปเมื่อเร็ว ๆ นี้
ในตอนนี้ สาเหตุที่พวกเขารวบรวมความสนใจไปที่ขวดเบียร์นั้น เพราะสิ่งที่ตามมาคือคนที่ถูกขวดเลือกไว้ต้องสารภาพกับเพศตรงข้ามคนแรกที่ออกประตูไปเจอและยังต้องขอชื่อ เบอร์ โทรศัพท์ด้วย !
ในที่สุดขวดค่อย ๆ หมุนช้าลง
ในที่สุดขวดเลือกแน่ชัดแล้ว
“เย้!พิมพ์ลดา!เป็นพิมพ์ลดา!” ทุกคนในพื้นที่ยกเว้นฮีโร่ ส่งเสียงโห่ร้องแห่งชัยชนะ เสียงนั้นฟังแล้วทำให้คนรู้สึกเหมือนพวกเขาลิงโลดราวกับถูกล็อตเตอรี่ห้าล้าน
ฝูงชนผลักพิมพ์ลดาที่คอตกราวกับดอกแพรเซี่ยงไฮ้ที่เหี่ยวเฉาไปที่ประตู ยังมีคนนำตะโกนคำขวัญว่า “น้องสาวไปสารภาพอย่างกล้าหาญ นำเหล่าสุภาพบุรุษกลับมา!”
แค่เป็นเกมไม่ใช่หรอกหรือ? พิมพ์ลดาก็คิดอยากรวบรวมความกล้าที่จะไปเปิดประตูห้องจัดเลี้ยงนั้นวิ่งออกไปแล้วลากชายคนหนึ่งไว้สารภาพ แต่เมื่อจะยื่นมือออกไปจริง ๆ เธอกลับยกอย่างไรก็ไม่ขึ้นแล้ว
“ต้อง..ต้องไปจริงๆเหรอ?” ในที่สุดเธอก็หันกลับมามองดูกลุ่มผู้ชมเหล่านี้ที่กำลังรอดูการแสดงของเธออยู่ข้างหลัง คิดจะอ้อนวอนขอความเมตตา
แค่ไม่รู้ว่าข้างหลังเป็นใครอยู่ ๆก็ผลักเธอทีหนึ่ง เธอก็พุ่งไปข้างหน้าอย่างรุนแรง
เอ๊..ประตูนี่ถูกเปิดออกตั้งแต่เมื่อไร?
เอ๊. .เอ๊.. นี่ เธอกลับชนไปถูกอะไรนั่นไหนน่ะ?
เบิกตาตนเองขึ้นทั้งคู่ซึ่งหลับลงเพราะสัญชาตญาณของความกลัว ก่อนอื่นพิมพ์ลดาเห็นเบื้องหน้าตนเอง...นี่เป็นลูกกระเดือก?
เงยศีรษะขึ้นอย่างแรง ลานสายตาของพิมพ์ลดาพบกับดวงตาดำขลับคู่หนึ่ง
ตอน 3
บทที่ 3 ภารกิจยังไม่เสร็จ
เมื่อพิมพ์ลดาได้เห็นใบหน้าที่หล่อเหลานี้ จิตใจของเธอสับสนขึ้นมาครั้งหนึ่ง เพราะเธอรู้สึกดูเหมือนตนเองเจอเขาที่ไหน แต่ชั่วขณะกลับจำไม่ได้ว่าพบเจอที่ไหน
“โอ้ ๆ...” จึงได้แต่จ้องมองเขาอย่างเซ่อซ่า พิมพ์ลดาอดไม่ได้ส่งเสียงหัวเราะแบบโง่งมออกมา
จิรฐาเพิ่งขึ้นอาคารมา หมุนตัวกลับก็ถูกผู้หญิงคนนี้ชนจนเข้ามาสู่อ้อมอกตนเอง บอกตามตรงว่าเขาตั้งใจดีโอบเธอไว้เพื่อป้องกันไม่ให้เธอล้มลง แต่มันไม่ได้หมายความว่าเธอสามารถจ้องมองใบหน้าของเขาอย่างหลงใหลน้ำลายหก
ละสายตาที่ประสานกับเธอ จิรฐาประคองร่างพิมพ์ลดาให้ตรง ก็เตรียมจะอ้อมผ่านเธอมุ่งเดินไปข้างหน้าต่อไป แต่เมื่อมือของเขาคลายออก เธอกลับจับแขนของเขา
เห็นผู้ชายแต่งตัวดี หน้าตาไม่ธรรมดาละสายตาพร้อมจะเดินจากไป สมองน้อย ๆ ของพิมพ์ลดาก็แจ้งสัญญาณเตือนว่า “ภารกิจนี้ยังไม่เสร็จสมบูรณ์” ขึ้นมาทันที
ไหน ๆ ก็ออกมาแล้ว คนก็ชนเข้าไปแล้ว เธอก็ทำเรื่องทั้งหมดให้ครบเสร็จสมบูรณ์ไปซะเลย จะได้ไม่ต้องถูกลงโทษให้ดื่มเหล้าหลังจากกลับไป ต้องรู้ว่าเธอ เป็นนักสร้างสรรค์งานโฆษณาที่เก่ง แต่การดื่มเหล้านั้นเป็นเรื่องของระดับของเด็กอนุบาลล้วน ๆ
ผู้หญิงคนนี้ที่อยู่ตรงหน้า จิรฐาจำได้ วันนั้นที่รีสอร์ทริมทะเลฝืนขึ้นรถของเขา ขอให้พวกเขาพาเธอกลับไปในเมือง ก็เป็นเธอไม่ใช่หรือ? ดังนั้นเมื่อเธอดึงเขาไว้อีก เขาอดไม่ได้ต้องใช้สายตาสงสัยจับจ้องเธอ แต่คำพูดต่อมาของเธอนี้ ทำให้ความสงสัยของเขาเปลี่ยนเป็นช๊อคตกใจ
“คุณค่ะ ฉันชอบคุณค่ะ” พิมพ์ลดาขยิบตาทั้งคู่พยายามควบคุมตนเองให้สงบที่สุดยามกล่าวคำพูดนี้ที่ก่อนหน้านี้เป็นคำกล่าวที่ก่อให้หัวใจของเธอเกิดมรสุมปั่นปวน
เธอเห็นจิรฐาค่อยๆย่นคิ้วขึ้นอย่างชัดเจน แต่เมื่อเทียบกับสายตาของเพื่อนร่วมงานเหล่านั้นซึ่งอยู่ข้างหลังที่จดจ่อจ้องเธอราวกับกินคนได้แล้ว เธอรู้สึกเหมือนว่าชายคนที่อยู่ต่อหน้าคนนี้ยังจัดการได้ง่ายกว่า
แน่นอน เกี่ยวกับความคิดที่ตนเองเข้าใจว่าจิรฐาเป็นผู้ชายที่จัดการได้ง่ายกว่านี้ หลังจากนั้นไม่นาน พิมพ์ลดาต้องกัดลิ้น ปฏิเสธอย่างสิ้นเชิง
ก็เพราะตอนนี้เธอรู้สึกว่าจัดการเขาได้ง่าย เธอจึงกล่าวเพิ่มอีกประโยคอย่างไม่กลัวตายว่า “ขอกรุณาให้หมายเลขโทรศัพท์มือถือของคุณแก่ฉันด้วยค่ะ !”
พอพิมพ์ลดากล่าวคำพูดประโยคที่สองออกมา จิรฐาก็ยิ่งแสดงสีหน้าที่คาดเดาได้ยากมากขึ้น
พิมพ์ลดาได้พยายามทำให้ตัวเองดูแล้วโคตรน่าสงสารจัง เธอยังพยายามที่จะให้เขารู้ว่าเธอกำลังเล่นเกมและหวังว่าเขาจะช่วย แม้แต่ให้เบอร์ปลอมก็โอเค
แต่จิรฐาดูสีหน้าที่เธอคิดว่าทำให้คนสงสารนั้น กลับอดกลั้นไม่ได้ต้องยิ้มออกมา
โน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย เขากระซิบที่ข้างหูของพิมพ์ลดา ด้วยเสียงที่มีเพียงพวกเขาสองคนเท่านั้นได้ยิน กล่าวว่า “คุณครับ คุณใช่ไม่ใช่...” เขายกมือเคาะศีรษะเธอ “ที่นี่มีปัญหาหรือ?”
เมื่อพิมพ์ลดาได้สติกลับมา จิรฐาก็ได้อ้อมผ่านเธอไปนานแล้ว
“เฮี่ย! คุณถึงมีปัญหาทางสมองซิ! ทั้งครอบครัวคุณต่างมีปัญหาทางสมอง!”
ยืนอยู่ที่เดิม พิมพ์ลดาขบเขี้ยวเคี้ยวฟันทักทายทุกคนในครอบครัวจริฐาถ้วนหน้าแล้วจึงปรับสภาพอารมณ์หันกายกลับไป
ด้านหลังเธอไม่ไกลนักที่ห้องจัดเลี้ยงนั้น ยังมีฝูงชนกลุ่มหนึ่งที่รอให้เธอกลับไป จะสับเธอเป็นลูกชิ้นปลาสักตั้ง
พิมพ์ลดารู้ เมื่อกี้ทุก ๆ ฉากนั้น เพื่อนร่วมงานที่รักเพื่อนร่วมงานฝูงนั้นต้องได้เห็นทะลุปรุโปร่งแล้วผ่านซอกประตูไปนานแล้วแน่ ๆ แต่พวกเขาไม่ได้ยินว่าเธอกับผู้ชายคนนั้นพูดว่าอะไรกันบ้าง
พิมพ์ลดายิ้มจาง ๆที เดินก้าวอาด ๆกลับห้องจัดเลี้ยงมา
ส่วนชื่อและเบอร์มือถือที่เธอบอกพวกเขาหลังจากนั้น...ฮ่า ๆ แน่นอนทั้งหมดล้วนเป็นการเสกสรรปั้นแต่ง
เพื่อนร่วมงานก็แค่อยากสนุกกับการสารภาพของพิมพ์ลดาในช่วงนั้น แน่นอนไม่มีใครจะโทรไปยืนยันจริงๆ