ตอน 1
รักแห่งแดนเจอร์
บทที่1 ฝันลามกอนาจาร
เจ็บ
ความเจ็บปวดที่ไม่เคยมีมาก่อน
ฉันว่าฉันต้องฝันอยู่แน่ๆ ถึงได้มีการสัมผัสถึงผู้ชายคนหนึ่งอย่างชัดเจน
ทิพย์สุดา เธออายขาวไหมอะ ก็แค่เพิ่งเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิ เธอก็ฝันลามกอนาจารไปซะแล้ว
ฉันแอบด่าตัวเองในใจ พยายามอยากตื่นมาจากความฝัน แต่ก็อยากให้ตัวเองมัวเมาในฝันนั้น
ฝันนี้เหลวไหลมาก ฉันฝันถึงตัวเองกำลังทำเรื่องนั้นกับชายคนหนึ่ง อีกทั้งฉันยังกรีดร้องไห้อย่างพอใจ
และฉันก็รู้อยู่แก่ใจว่า ชายคนนั้นไม่ใช่วินัย
ฉันฝันถึงชายคนหนึ่งซึ่งเขาไม่ใช่สามีของฉัน และกำลังทำเรื่องนั้นกับเขาอีกด้วย
ฝันนี้เหมือนจริงมาก จริงจนบทที่ฉันตื่นมา ทั้งตัวอ่อนเพลียไร้เรี่ยวแรง ความรู้สึกนี้แปลกประหลาดมาก .......
“คุณตื่นแล้วหรอ”เสียงของวินัยดังขึ้นมา ฉันลืมตาขึ้นทันที มองเขาที่อยู่ข้างๆอย่างหวาดผวา
แต่งงานมาปีหนึ่ง ฉันทำฝันแบบนี้มาบ่อยมาก แต่ฝันคราวนี้เหมือนจริงที่สุด ไม่รู้ว่านัยได้ปรากฏความผิดปกติขิงฉันหรือไม่
“ตัวเอง.......”
“คุณรู้สึกเป็นยังไงบ้าง”วินัยมองฉันด้วยความเป็นห่วง
ฉันตลึงไปนิด“ฉันเป็นอะไรหรอ”
“คุณเป็นไข้ ฉันเฝ้าคุณมาทั้งคืนแล้ว”วินัยพูดจบก็ยื่นมือไปสัมผัสหน้าผากของฉันอย่างห่วงใย แล้วถอนหายใจ“ยังดี ไม่ร้อนแล้ว”
ฉันเป็นไข้หรอ ทำไมฉันไม่รู้ล่ะ
ความจำของฉันหยุดชะงักอยู่ที่ภาพที่ไชโยกับวินัยในร้านอาหาร การแต่งงานครบรอบหนึ่งปี ฉันเดินทางตะรอนๆกลับมาจากต่างจังหวัดเพื่อฉลองกับเขา
“ตัวเอง ฉันเมาหรอ”ฉันกดหัว รู้สึกปวดมาก แล้วมองไปรอบๆ ปรากฏว่าที่นี่ไม่ใช่บ้านของเรา คือโรงแรม
“อืม คุณดื่มไม่กี่คำก็เมาแล้ว และก่อกวนไม่หยุด ฉันสัมผัสหน้าผากคุณรู้สึกร้อนมาก เลยพาคุณมาเปิดห้องพักที่โรงแรม”วินัยพูดด้วยเสียงต่ำๆ
เปิดห้อง.......
หรือว่าทุกอย่างในเมื่อคืนไม่ใช่ความฝัน?
ฉันหน้าแดงก่ำ ยื่นมือออกไปให้วินัยและงอนว่า“ตัวเอง ขอกอดสิ เค้าไม่สบาย.....”
“อย่าดื้ออีกเลย รีบลุกขึ้นเถอะ เดี๋ยวไปทำงานสายละ”วินัยมองดูนาฬิกา และพูดเร่งมา
อีกแล้ว ฉันรู้สึกท้อใจมาก เขาดีทุกอย่าง แต่กลับไม่ยอมใกล้ชิดกับฉันเลยแม้แต่น้อย
เรารู้จักกันตั้งแต่มัธยมต้น และเริ่มคบกันในมหาลัย เรียนจบก็แต่งงาน เขาสุภาพเรียบร้อยตลอด ฉันรู้สึกว่าฉันได้หาเจอผู้ชายที่ดีที่สุดในโลกนี้แล้ว เขารักและให้เกียรติฉัน แต่หลังแต่งงานแล้ว เขาก็ยังเป็นแบบนี้เหมือนกัน ฉันรู้สึกลำบากใจมาก
นี่คือเหตุผลที่ฉันฝันลามกอนาจารบ่อยๆหลังแต่งงาน ข้างๆมีผู้ชายที่ตัวเองรักที่สุด ใครจะไปอดได้ล่ะ
“ทิพย์ ยังคิดอะไรอยู่ รีบลุกขึ้นสิ”วินัยเริ่งอีก
ฉันได้สติคืน ตอบรับแล้วรีบลุกขึ้น แต่พอขยับตัว ก็รู้สึกข้างล่างผิดปกติ
ความรู้สึกนั้นบอกไม่ถูก มันเจ็บนิด และบวมนิดด้วย ทำให้ฉันครางออกมา อดนึกถึงฝันในเมื่อคืนไม่ได้
“ตลกจริง ฝันนี้บ้ามาก”ฉันแอบพูดในใจ
แต่ฉันก็ไม่คิดมาก เพราะฉันรักษาตัวให้กับวินัยมาตลอด ไม่เคยมีประสบการทางด้านเรื่องนั้น คิดว่าคงเป็นเมื่อคืนเมามาก และแตะไปถึงตรงนั้นแล้วมั้ง
“คุณเป็นอะไร ทำไมหน้าแดงจัง”วินัยมองฉันด้วยแววตาเป็นห่วง “งั้นลางานแล้วกัน ฉันพาเธอไปโรงพยาบาล คุณเป็นแบบนี้ฉันไม่วางใจ”
“ไม่ต้องหรอก”ฉันกระโดดลงจากเตียง รีบจัดเสือผ้าที่ย่นไปนิดๆให้เรียบร้อย และยิ้มให้เขาอย่างหวานๆ“ฉันไม่เป็นไร ไปทำงานกันเถอะ”
“งั้นไปกินอะไรลงท้องก่อน เดี๋ยวคุณก็ปวดกระเพาะได้”วินัยพูดจู้จี้อยุ่ข้างๆฉัน
ฟังเขาพูดแบบนั้น ในใจฉันรู้สึกอบอุ่นมาก แม้ว่าฉันกับเขาต่างก็ยังเคารพซึ่งกันและกัน แต่นี่ก็ไม่ใช่ข้อขาดขวางที่เขารักฉัน ฉันรักเขา
“ฉันอยากกินซาลาเปา”ฉันจูงแขนของเขาและงอน
วินัยหยุดฝีเท้าไปทีหนึ่ง จึงปล่อยให่ฉันจูงแขนของเขา พูดด้วยความไม่เห็นด้วย“เธอต้องกินอาหารจืดหน่อย.....”
หลังกินอาหารเช้าเสร็จ ฉันกับวินัยก็ไปทำงานที่บริษัทด้วยกัน
ใช่ ฉันกับเขาทำงานอยู่บริษัทเดียวกัน หลังเรียนจบฉันก็ตามเขามาถึงที่นี่โดยไม่สนใจความคัดด้านของเขา
โชคดีที่บอสไม่ได้ถือเรื่องนี้ ไม่ไล่พวกเราออก
สิ่งแรกที่ฉันออกธุระกลับมาก็คือไปรายงานกับผู้จักการ ผู้จัดการอานนท์ได้ฟังฉันรายงานเสร็จก็บอกว่ามีปัญหา และให้ฉันไปรายงานกับบอสเอง
“ผู้จัดการอานนท์ ฉันแค่พนักงานเล็กๆ ไปรายงานกับบอสโดยตรงมันจะดีหรือ”ฉันพูดด้วยเสียงเบาๆ
“ให้เธอไปเธอก็ไปสิ จะมาเอะอะอะไรมากมาย โอ่ ยังมีเอกสารใบนี้ด้วย ต้องรีบให้บอสเซ็น เธอเอาไปทำให้เรียบร้อยเลย”ผู้จัดการอานนท์พูดอย่างดุดาล
ฉันไม่กล้าพูดต่อ ขึ้นลิฟท์ไปหาบอสอย่างกระวนกระวายใจ
นอกออฟฟิศไม่มีสักคน ไม่รู้เลขาของบอสไปไหนกันหมด ฉันเดินไปด้วยความสงสัย ยังอยู่ไกลๆก็ได้ยินเสียงตะโกนอย่างดุดาล
“ฉันไม่สนพวกเธอมีเหตุผลอะไร สองวัน ไปหาผู้หญิงนั้นมา”
“ไอ้พวกไร้ความสามารถ”
“ถ้าสองวันยังไม่หาเจอเธอ พวกมึงก็ใสหัวไปหมดเลย”
ฉันนิ่งอยู่อย่างหวดกลัว
มิน่าผู้จัดการอานนท์สั่งให้ฉันขึ้นมาเอง ที่แท้เขารู้บอสวันนี้อารมณ์ไม่ดี
เวลานี้ ใครกล้ามาล่ะ นอกจากคนที่จำใจต้องมา เหมือนฉัน......
ตอน 2
ตอน 3
บทที่3 ลองเพื่อความสุข
เพื่อนสนิทเพ็ญแขนัดฉันไปช้อปปิ้งพอดี ฉันเลยตัดสินใจทันทีนัดเธอเจอกันที่ห้าง
เมือเห็นเธอ ฉันก็เป่านกหวีดอย่างดีใจ“แข มานัดกับฉันยังแต่งตัวสวยขนาดนี้ อยากจะไปทำอะไรล่ะ”
“ถุย ใครเหมือนแกล่ะ วันๆไม่ใช้สีดำก็สีเทา ทิพย์ แกนี่เพิ่ง24เท่านั้นนะ วันๆแต่งตัวเหมือนคุณป้า เธอรู้ตัวไหมล่ะ”
ฉันก้มหน้ามองตัวเอง ชุดทำงานสีดำ เป็นวินัยเตรียมให้ฉัน ไซส์ใหญ่กว่าไซส์ปกติหนึ่งไซส์ ใส่ในตัวฉันก็กว่างไปนิด
ไม่เห็นรูปร่างและไม่สวยด้วย แต่ก็ไม่เป็นไร ไม่มีใครสนหรอก
“สามีฉันชอบ ทำไม เธออิจฉาหรอ”ฉันเบะปาก อวดกับเธออย่างอาละวาด
“นี่ ทิพย์สุดา แต่งงานมันเก่งนักหรอ มีผัวมันเก่งนักหรอ ถ้าเธอทำแบบนี้อีก ฉันจะตัดขาดกับแกนะ”เพ็ญแขเขม็งฉัน
ฉันยกไหล่ แล้วเราสบสายตายิ้มให้กัน
เดินไปๆ เราเดินเข้าห้องขายเสื้อชั้นใน เพ็ญแขมองไปพลางใช้แขนตบฉัน“ทิพย์ แกกับวินัยตอนนี้เป็นยังไงบ้าง”
“อะไรเป็นยังไงบ้าง”
“ก็ตอนคืนไง”เพ็ญแขเลิกคิ้ว“เรื่องนั้นแหล่ะ เธอรู้ ยงคงเหมือนเดิมไหม”
“เพ็ญแข” ฉันรีบหันไปมองรอบๆ รู้สึกหน้าร้อนมาก“แกเอาเรื่องแบบนี้มาพูดข้างนอกได้ยังไง”
“กลัวอะไร ก็ไม่ใช่เรื่องหาชู้ นี่เป็นหัวข้อปกติระหว่างเพื่อนสนิทกัน”เพ็ญแขเบะปาก ดึงเสื้อชั้นในสีขาวในมือฉันไป “แกนี่ วันๆเอาแต่ใส่สไตล์แบบนี้ เชยมาก”
ฉันพูดด้วยหน้าแดง“จะกลัวอะไร ก็ใส่ข้างในนี่ ใครจะเห็นเล่า”
“ผัวแกเห็นไง แกคิดดูสิ หลายปีมานี้ วินัยมองเธอเป็นแบบนี้มาตลอด คงเบื่อแย่แล้วสิ ฉันว่านะ แกต้องใส่ตัวนี้”เพ็ญแขยื่นชุดเสื้อชั้นในสีม่วงมา
ฉันหน้าแดงกว่าเดิม“ไม่เอา นี่...นี่จะให้ใส่ยังไงล่ะ”
“ก็ใส่ข้างในไง จะกลัวอะไร มีแต่วินัยของแกเห็นเท่านั้น แก่ผิมขาว เหมาะกับสีม่วงนี้มาก ฉันรับรองนะเมื่อวินัยของแกมองเห็น ต้องกลายเป็นหมาป่าแน่เลย”เธอพูดไปหัวเราะไป
จริงหรอ ใจฉันหวั่นไหวไปนิด
เพ็ญแขไม่รู้ว่าฉันกับวินัยไม่เคยทำเรื่องนั้นเลย เธอแค่คิดว่าชีวิตทางเพศของเราไม่กลมกลืนกัน
แต่ที่เธอพูดก็ถูก อาจจะเป็นฉันกับวินัยคบมานานมากๆ ขาดความแปลกใหม่เขาเลยไม่อยากเอาฉันมั้ง
อาจจะเป็นฝันในเมื่อคืนให้ความกล้าให้ฉัน ฉันกัดฟันและมือที่จับเสื้อชั้นในสีม่วงอยู่ในมือก็ไม่ปล่อยเลย
เพ็ญแขพูดอย่างประหลาด“ทิพย์ แกคิดแบบนี้ดีแล้ว โอเค ชุดนี้คือฉันช่วยเลือกให้ ฉันส่งให้แกละกัน พรุ่งนี้แกต้องขอบคุณฉันดีๆนะ”
พูดจบ เธอก็ดึงชุชั้นในในมือฉันไป ให้ฉันรออยู่ที่เดิม เธอไปจ่ายเงิน
เพราะชุดชั้นในนี้ ฉันใจลอยไปทั้งวัน หลังจากเลิกกับเพ็ญแขและกลับถึงบ้าน ฉันเกะกล่องนั้นออกมา ปรากฏข้างในนอกจากชุดชั้นในสีม่วง ยังมีกระโปรงสลิงสั้นสีม่วงตัวหนึ่งด้วย มีผ้าน้อยและบางมาก ฉันรู้สึกว่าหน้าฉันร้อนจนจะไหม้
ฉันใจสั่นและรีบเอาเสื้อนั้นยัดเข้าตู้เสื้อผ้า แล้ววิ่งไปห้องครัวทำอาหารเย็นให้วินัย ผัดผักไหม้ไปจานหนึ่ง ตุ๋นซุปจนแห้งไปหม้อหนึ่ง ฉันปรากฏว่าฉันไม่มีใจในกานทำอาหารเลย ในสมอง ฉันมีแต่เสื้อชั้นใน ชุดนอนและฝันในเมือคืน......
ติ๊ง.....
เสียงโทรศัพท์ที่ดังขึ้นอย่างกระทันหันทำให้ฉันตกใจไปใหญ่ ฉันรีบเช็ดมือและวิ่งออกไป
“ทิพย์”
เป็นแม่สามี ฉันเลียริมฝีปากและยิ้มแบบแห้งๆ“คุณแม่......”
“ทิพย์ ช่วงนี้ร่างกายเป็นยังไงบ้าง มีข่าวดีไหม”
“ยัง ยังค่ะ ”ฉันตอบอย่างหวาดผวา แต่สายโทรศัพท์โดนวางไปเสียแล้ว
ฉันถอนหายใจ แล้วค่อยๆวางโทรศัพท์ลง
ตั้งแต่ฉันหมั้นกับวินัย แม่สามีก็จับตามองเรื่องนี้ตลอด อยากให้ฉันรีบคลอดหลานออกมาให้ท่านอุ้มเลย หลังแต่งงานแล้ว ท่านจับตามองเรื่องนี้หนักกว่าเดิม ทุกวันก็ต้องโทรมาถามหนึ่งรอบ ช่วงนี้เหมือนใกล้จะหมดความอดทนแล้ว
จนถึงตอนนี้ฉันกับวินัยยังไม่เคยทำเรื่องนั้นเลย จะคลอดลูกได้อย่างไรกัน แต่นี่เป็นเรื่องที่น่าอาบอาย ฉันไม่กล้าพูดกับคนอื่น
ฉันเม้มปากแล้วเดินเข้าไปห้องนอนอย่างแน่วแน่ อาบน้ำแล้วใส่ชุดชั้นในและชุดนอนนั้นขึ้นมา
เพื่อความสุขในวันหลัง ฉันต้องลอง
มองดูตัวเองในกระจก ฉันรีบหลบไป ไม่กล้ามองดูอีกครั้ง น่าเขินอายจริงๆ
จับชุดนอนแขนยาวคลุมตัวไว้ เหมือนใส่แบบนี้ถึงจะรู้สึกปลอดภัย ใจฉันเต้นเร็วมาก
นั่งรอที่ห้องรับแขกอย่างกระวนกระวายใจ จนถึง3ทุ่มกว่าจึงได้ยินเสียงกุญแจเสียบเข้าล็อคประตู ฉันรีบลุกจากโซฟา
“ตัวเอง”
“ทิพย์ คุณกลับมาแล้วรึ ฉันคิดว่าคุณกับเพ็ญแขต้องเล่นไปถึง4ทุ่มกว่านะ”
มองเห็นฉันอยู่บ้าน วินัยรู้สึกแปลกมาก แล้วมองเห็นฉันใส่ชุดนอน ก็พูดอยากรู้สึกผิด“ขอโทษนะ ฉันกลับมาดึกไป ถ้าคุณเหนื่อยแล้วก็ไปนอนก่อนนะ”
เขาวางกุญแจ พลางพูดพลางเดินเข้าหาฉัน
ฉันจ้องมองเขาอย่างนิ่งๆ กัดฟันแล้วลุกขึ้นยืนตรงๆ ถอดชุดนอนที่คลุมตัวออกมา