ตอน 1
สามีอดีต
บทที่1 แผนการล้มเหลว
คฤหาสน์ตระกูลเซิ่งอันใหญ่โตประดับประดาไปด้วยไฟสว่าง ในห้องนอนชั้นสองที่ดำมืดกำลังมีละครฉากอีโรติกแสดงอยู่
นิ้วเรียวยาวขาวเนียนของเสิ่นอีเวยกำลังลูบไล้หน้าอกของเซิ่งเจ๋อเฉิงเป็นวงกลมอย่างแผ่วเบา จุดประกายไฟสวาทขึ้น ณ จุดนั้น สายตาของทั้งสองคนสอดประสานกันด้วยไฟปรารถนา
"เจ๋อเฉิง ชอบไหม?"
เสิ่นอีเวยยิ้มอย่างอ่อนโยน พลางแลบลิ้นของตัวเองไปเลียติ่งหูเซิ่งเจ๋อเฉิง
เซิ่งเจ๋อเฉิงรู้ทัน ในใจเริ่มเข้าใจอะไรบางอย่าง พูดด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบว่า "เสิ่นอีเวย นี่เธอกล้าวางยาฉันงั้นหรอ?"
เสิ่นอีเวยลุกขึ้นนั่ง พลางถอดเสื้อนอกตัวเองออก ภายในกลับเป็นชุดชั้นในลายลูกไม้สีดำ เผยผิวผ่องขาวใสประกอบกับกลิ่นหอมกำจาย ไฟปรารถนาในแววตาเซิ่งเจ๋อเฉิงยิ่งลุกลามมากขึ้น
"ไม่วางยาคุณแล้วฉันจะได้หรอ? เราแต่งงานกันมาสองปีแล้วนะ คุณกลับไม่เคยแตะต้องฉันเลยสักครั้ง ฉันเลยได้แต่เป็นฝ่ายเริ่มก่อนสิ"
พอเห็นท่าเซิ่งเจ๋อเฉิงจะเริ่มทนไม่ไหว ในใจของเสิ่นอีเวยก็ลิงโลดมองเห็นแววสำเร็จ แต่ความทุกข์ในใจที่ซ่อนนั้นคงมีแค่ตัวเองที่รู้
แค่อยากเป็นสามีภรรยาที่แท้จริงกลับต้องใช้วิธีการแบบนี้ เฮ้อ
สายตาของเซิ่งเจ๋อเฉิงแทบอยากจะกินเลือดกินเนื้อเธอ "เธอเชื่อไหมว่าฉันฆ่าเธอแน่?"
"ตายยังไง? ถึงจุดสุดยอดตายหรอ? งั้นก็ดีสิ"
"กล้าทำตัวร่านขนาดนี้ เสิ่นอีเวย เธอนี่น่ารังเกียจจริงๆ!"
เสิ่นอีเวยยิ้มหน้าระรื่น แต่พอฟังคำพูดว่าร้ายของเซิ่งเจ๋อเฉิง เธอก็อดเสียใจไม่ได้
"ด่าไปเถอะ สองปีแล้ว ฉันก็อยู่มาได้นี่นา? ชินแล้วล่ะ ไม่ว่ายังไง เราก็เป็นสามีภรรยากัน ภรรยาอยากทำให้สามีพอใจ ไม่น่าจะผิดอะไรนะ?"
พูดจบ เสิ่นอีเวยก็เอื้อมมือมาแก้เข็มขัดของเขา
เสิ่นอีเวยคิดว่าเขาคงหมดฤทธิ์เพราะยา แต่เธอไม่คิดว่าเขาจะรังเกียจเธอจนสามารถต้านทานฤทธิ์ยาได้!
"ปึ้ง!"
เซิ่งเจ๋อเฉิงสะบัดมือทีเดียว ร่างของเสิ่นอีเวยก็ลงไปกองแทบพื้นเตียง เจ็บจนยืดตัวไม่ได้
"เสิ่นอีเวย กล้าวางยาฉัน เธอยังไร้เดียงสาเกินไป!"
เธอเจ็บจนน้ำตาคลอ มองเห็นเขาลงจากเตียง ก็อยากจะเอื้อมมือไปจับข้อเท้าเขา แต่เพราะฤทธิ์ยาทำให้เขาเดินค่อนข้างสะเปะสะปะแต่ก็ยังเดินเร็ว เธอเลยคว้าพลาด
เสิ่นอีเวยนอนแบบบนพื้นอย่างหมดท่า เธอหัวเราะหยันออกมา น้ำตาไหลอาบแก้ม นี่พระเจ้ากำลังหัวเราะเยาะฉันอยู่ล่ะสิ!
ทำไม ทำไมไม่ยุติธรรมขนาดนี้?
หน้าต่างพลันเปิดออก ด้านนอกฟ้าร้องฟ้าผ่ากระหน่ำ เธอกลัวฟ้าผ่ามาตั้งแต่เด็กแล้ว แต่ตั้งแต่แต่งงานมา เธอถึงค่อยๆรู้ว่าสิ่งที่น่ากลัวกว่าฟ้าผ่า คือการที่เซิ่งเจ๋อเฉิงแต่งงานกับเธอทั้งๆที่ไม่ได้รัก
ในเมืองใหญ่ที่พลุกพล่านนี้ ใครๆต่างอิจฉาเธอที่ได้แต่งงานกับเพื่อนสมัยเด็ก อิจฉาเธอที่ได้แต่งให้คนรวยโดยไม่ต้องเหนื่อย
แต่ไม่มีใครรู้เลยว่า พอเรื่องนั้นผ่านไป สองปีมาแล้วที่เธอต้องเผชิญความเย็นชาและเยาะหยัน ความโดดเดี่ยวในห้องหอนับครั้งไม่ถ้วนทำให้เธอแทบจะเป็นบ้า
พื้นเย็นเฉียบเหมือนน้ำแข็ง แต่เสิ่นอีเวยที่ร้องไห้แทบเป็นแทบตายกลับไม่รู้สึก เธอนอนสลบบนพื้น...
วันต่อมาเสิ่นอีเวยกำลังรีบดีไซน์ชุดแต่งงานให้บริษัท มือถือก็ดังขึ้น
เธอหยิบมาดู เลขาของเซิ่งเจ๋อเฉิงโทรมาเนี่ยนะ
"ฮัลโหล คุณนายเซิ่งใช่ไหมคะ?" น้ำเสียงของเลขาดูนอบน้อม
คุณนายเซิ่ง เธอไม่ได้ยินคำเรียกนี้นานแค่ไหนนะ?
ตั้งแต่แต่งงานมาเซิ่งเจ๋อเฉิงก็ออกคำสั่งไม่ให้คนรับใช้ในบ้านเรียกเธอแบบนี้ พวกเขามักจะเรียกเธอว่าคุณเสิ่น มันนานมากแล้วจริงๆ
เธอชะงักไปอึดใจก่อนตอบ "ใช่ค่ะ มีธุระอะไรคะ?"
"คืนนี้สองทุ่ม คุณเซิ่งจะพาเมียน้อยไปเปิดห้องที่โรงแรมไห่เฉิงค่ะ"
เสิ่นอีเวยรู้สึกเหมือนฟ้าผ่าแล่นไปทั่วร่าง แทบทำมือถือหลุดมือ
"คุณว่าไงนะ?"
"คุณนายเซิ่ง เมื่อก่อนที่คุณเคยช่วยฉันที่บริษัท ฉันซาบซึ้งมาก ครั้งนี้เลยบอกเรื่องนี้กับคุณ อย่าบอกใครว่าฉันบอกนะคะ...คุณนายเซิ่ง สวัสดีค่ะ"
เสิ่นอีเวยยังเรียบเรียงคำพูดที่เลขาบอก แต่สายกลับวางไป
เมียน้อย....
เธอชะงักกึก ก่อนลุกโพลงไฟโกรธขึ้นในใจ
เซิ่งเจ๋อเฉิง!ทำไมนายทำกับฉันแบบนี้!
ดี....ดีมาก
ตอน 2
บทที่2 ฉันไม่สนใจเธอ
ตกดึกราวๆหนึ่งทุ่มกว่า รถของเสิ่นอีเวยก็แล่นมาจอดที่หน้าโรงแรมไห่เซิ่ง
เธอหันไปโบกมือทักทายคนขับ "ออกมาเถอะ!"
ผู้ชายที่ลงจากรถมาใส่ชุดสูทสีดำ ผมจัดทรงไม่กระดิกสักเส้น หน้าตาใช้ได้ มองเผินๆเหมือนคุณชายตระกูลไหนสักแห่ง แต่ดูไปกลับเหมือนพวกลูกคุณหนูมากกว่า
"คุณเสิ่น ต่อไปจะทำยังไงคุณสั่งมาได้เลยครับ!" หนุ่มหน้ามนยิ้มร่าเริง
เสิ่นอีเวยไหว้วานเพื่อนให้หาพาร์ทเนอร์มาเป็นเพื่อนเธอแสดงละครฉากนี้ เรียกง่ายๆว่า คู่ควง
เสิ่นอีเวยกลืนน้ำลายเอื้อก ครั้งแรกทำแบบนี้อดตื่นเต้นไม่ได้นี่นา แค่ไม่อยากให้นายเห็นว่าฉันหงอ นายคิดว่าฉันเป็นเด็กในกำมือหรือไง!
"ไปกับฉัน!"
ทั้งสองคนเดินตามกันเข้าห้องโถงมานั่งที่โซฟาอย่างรอคอย
เสิ่นอีเวยหยิบมือถือออกมาดูเวลา ตอนนี้หนึ่งทุ่มห้าสิบนาที เธอเข้าใจเซิ่งเจ๋อเฉิงดี ชายที่ตรงต่อเวลาขนาดนั้น ตรงซะเหมือนโรคจิต
นั่นไง พอเงยหน้า เธอก็เห็นผู้ชายที่เดินเข้ามาจากประตูใหญ่ ตัวสูงใหญ่ ใส่ชุดสูทสีเทา สีหน้าเรียบเฉย ตามหลังเขามาเป็นผู้หญิงคนหนึ่ง นั่นมัน...สวี่อันฉิง?
หล่อนกลับจากเมืองนอกแล้วหรอ? เสิ่นอีเวยเหมือนโดนฟ้าผ่าทั้งร่าง หรือว่าสวี่อันฉิงจะเป็นเมียน้อยของเขา? เป็นไปไม่ได้....
เสิ่นอีเวยเหลือบมองเซิ่งเจ๋อเฉิง ฉับพลันรู้สึกเหมือนทุกสิ่งรอบตัวมืดมนลง
เธออดรู้สึกสมเพศตัวเองไม่ได้ เขามีเมียน้อยอยู่ข้างนอกแล้ว ตัวเธอเองยังหลงเขาอยู่นั่น
หลงหน้ามืดตามัว
เสิ่นอีเวยเอื้อมมือไปคว้าแขนหนุ่มหน้ามนข้างๆมาควง ก่อนจ้ำอ้าวเข้าไปทักทายเขา “คุณเซิ่ง บังเอิญจังเลยนะคะ คุณก็มาเปิดห้องหรอ?”
พอได้ยินอย่างนั้น สีหน้าเซิ่งเจ๋อเฉิงดำมืดฉับพลัน เขากวาดตามองสองคนที่ยืนด้านหน้า
“เธอมาทำอะไร?”
“ได้ยินมาว่าวันนี้คุณเซิ่งพาเพื่อนมาเที่ยวน่ะค่ะ ฉันก็เหมือนกัน นี่ยังว่าบังเอิญเลยนะคะจริงไหม?”
หนุ่มหน้ามนที่มาจากคลับเห็นสถานกรณ์ เขามัวตะลึงกับท่าทีของเซิ่งเจ๋อเฉิงอยู่ ได้แต่ยืนอึ้งไม่รู้จะทำยังไงดี พอเสิ่นอีเวยเห็นอย่างนั้น รีบคว้ามือหนุ่มหน้ามนมาโอบเอวตัวเอง
ศัตรูเจอหน้ากันจะยอมไม่ได้ สายตาที่สวี่อันฉิงมองเสิ่นอีเวยแฝงความท้าทายและหยามหยันอย่างเห็นได้ชัด
เขาเหล่มองมือที่เอวเสิ่นอีเวย บรรยากาศเหมือนกับจะฆ่าคน พลางบอก “ให้เวลาเธอหนึ่งนาที รีบไปให้พ้นหน้าฉันซะ”
เสิ่นอีเวยยิ้มหวานว่า “ก็มาแล้วนี่ อยู่เล่นด้วยกันก่อนสิ คุณเซิ่งแข็งแรงขนาดนี้ ใช่ว่าไม่เคยเล่นแบบนี้นี่นา..”
พูดจบปุ๊บ เซิ่งเจ๋อเฉิงขมวดคิ้ว สีหน้าไม่สบอารมณ์สุดๆ ฉับพลันก็ยกร่างเสิ่นอีเวยพาดบ่าทันที
“คุณทำอะไรน่ะ!ปล่อยฉันลงนะ!”
เซิ่งเจ๋อเฉิงไม่ได้สนใจเธอ เสียงแหลมกรี๊ดของเสิ่นอีเวยหายไปในอากาศด้วยสายตาโกรธขึ้งของเขา เขารีบเดินจ้ำอ้าวเข้าลิฟท์ไป
เสิ่นอีเวยถูกโยนลงบนเตียง พอจะเอ่ยปาก เซิ่งเจ๋อเฉิงก็ทาบหน้าลงมา
มุมปากกับหางตาของเขาเย็นเฉียบ
ระหว่างนัวเนียกัน เสิ่นอีเวยรู้สึกเหมือนตัวเองใกล้จะขาดใจ ปลายกระโปรงของชุดราตรีค่อนข้างกว้าง มือของเขาร้อนมาก คอยจุดประกายไฟไปทั่วขาเธอ
จูบดุเดือนร้อนแรงแพร่ไปทั่ว ตอนมือเขาผละจากเอวเธอ เธอครางเสียงแผ่วเบา
เสิ่นอีเวยทนไม่ไหวอีกต่อไป เธอค่อยๆตอบสนอง ขาขาวเรียวกอดรัดเอวเขา
ในบทที่กำลังได้อารมณ์ เธอกลับโดนเขาผลักออกอย่างไม่ไยดี!
เขายิ้มหยันออกมา “น่าเสียดายจริงๆ ที่ฉันไม่สนใจเธอเลยสักนิด ตอนนั้น ตอนนี้ หรือแม้แต่ต่อไปก็ไม่มีทาง”
เซิ่งเจ๋อเฉิงลุกขึ้น ใส่สูทเต็มยศ แต่ผมและเสื้อผ้าของเสิ่นอีเวยกลับยุ่งเหยิงไม่เป็นท่า
วินาทีนี้เธอสติแตกแล้ว “เซิ่งเจ๋อเฉิง! ฉันเป็นคนนะ ทำไมทำกับฉันแบบนี้! ตอนนนั้นฉัน.....”
เธอพูดแล้วชะงักไป น้ำตาหลั่งริน กัดฟันพูดว่า “ฉันเหนื่อยแล้ว เซิ่งเจ๋อเฉิง..พวกเราหย่ากันเถอะ ฉันหน้าด้านเอง ฉันคิดไปเอง ฉันไม่ควรมาตอแยนาย นายปล่อยฉันไปได้ไหม?”
“หย่า?”
น้ำเสียงของเซิ่งเจ๋อเฉิงเย็นเยียบเป็นน้ำแข็ง สายตาพุ่งตรงมาที่เธอ
“ฉันว่าเธออย่าเสียเวลาเปล่าดีกว่านะ คุณนายเซิ่ง”
ตอน 3
บทที่3 ขุดเรื่องเก่ามาพูด
เธอมองเขาอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง น้ำตาไหลอาบแก้มประชดว่า “ไม่น่าเชื่อว่านายยังจำได้ว่าฉันเป็นคุณนายเซิ่ง!”
ท่าทีเขาเหมือนนายพรานจ้องเหยื่อของตัวเองก็ไม่ปาน เขาค่อยๆย่อตัวลงมาเชยคางเธอขึ้นว่า “เธอฟังให้ดีนะในงานแต่งฉันก็บอกเธอแล้วไงว่า ฉันให้ฐานะเธอได้ ให้ความสบายกับเธอได้ แต่ไม่มีทางให้ความรักเธอได้ เวลาสองปีเนี่ย เธอโง่มากจนมองไม่ออกหรือไงกัน?”
แรงเขาเยอะมาก เสิ่นอีเวยเจ็บจนน้ำตาไหล แต่กลับไม่ยอมแสดงความอ่อนแอ “ฉันอธิบายไปหลายครั้งแล้วนะ ทำไมนายยังไม่เชื่อฉันอีก?”
"ยังไม่ยอมรับเรื่องที่เคยทำใช่ไหม? ดีมาก"
เสิ่นอีเวยยังไม่ทันรู้สึกตัว เซิ่งเจ๋อเฉิงก็ลากเธอขึ้นมาจากเตียง ร่างน้อยอรชรถูกจับกระชากด้วยสู้แรงเขาไม่ไหว
พอเห็นแววตาเขา เสิ่นอีเวยรู้สึกกลัวขึ้นมา เพราะเธอเห็นแววตาฆ่าคนในนั้น
เขาจับท้ายทอยเธอให้เงยหน้ามองเขา ด้วยความแรงทำให้เอวเธอกระแทกกับขอบหน้าต่างอย่างจัง
มืออีกข้างของเขาจับหลังเธอกดเข้าจนหน้าต่างเปิด ลมเย็นโชยเข้ามา
เธอพยายามตะกายเสื้อผ้าเขาด้วยความเจ็บ ร่างท่อนบนอยู่นอกหน้าต่าง เธอตะคอกสุดเสียง "เซิ่งเจ๋อเฉิงนายบ้าไปแล้วหรอ!"
นี่เป็นชั้นสามสิบของโรงแรม
เขายิ้มหยัน "ทำไม พึ่งมากลัวตอนนี้หรือไง?"
ผมยาวของเธอปลิวตามกระแสลม พอมองต่ำลงมาก็เจอดวงตาหนึ่งคู่ที่ชุ่มไปด้วยน้ำตา
แค่เอ่ยปาก เสียงก็แหบพร่า "เซิ่งเจ๋อเฉิง ฉันยอมรับว่าฉันกลัวแล้วโอเคไหม? ฉันรู้ว่านายผลักฉันลงไปได้แน่ แต่...ฉันขอร้องอย่าเลยนะ"
เขาเขยิบเข้าใกล้เธอ ลมหายใจร้อนระอุข้างหูเธอ ทั้งๆที่กลั้วหัวเราะพูด แต่เธอเหมือนได้ยินเสียงปีศาจจากขุมนรกบอกว่า "ขอร้องแล้วฉันต้องปล่อยเธอหรอ? งั้นทำไมเมื่อสองปีก่อนเธอถึงไม่ปล่อยเสิ่นหุ้ยบ้างล่ะ?"
เสิ่นอีเวยแอบสั่น นั่นไง เป็นเพราะเสิ่นหุ้ยจริงๆด้วย!
เธอพูดอะไรไม่ออก เพราะเธอรู้ว่าต่อให้พูดมากกว่านี้ เขาก็ไม่เชื่อ
มองเล็บมือที่ซีดขาวเพราะใช้แรงมากเกินไปของเสิ่นอีเวยแล้ว เซิ่งเจ๋อเฉิงประชดต่อ "คุณเสิ่นกำลังร้องขอชีวิตอยู่หรอ?"
"...ใช่"
"รู้ไหมว่าฉันอยากโยนเธอลงไปจากตรงนี้มากแค่ไหน? เอาให้ใครๆก็หาศพเธอไม่เจอเลยยิ่งดี"
เสิ่นอีเวยไม่ได้ต่อคำ เธอมองหน้าเขานิ่ง เธอรู้มาตลอดว่าเขารังเกียจเธอ แต่เธอไม่เคยคิดว่า เขาจะเกลียดเธอถึงขั้นอยากฆ่าเธอให้ตาย!
แล้วถ้างั้นความพยายามที่ผ่านมาของเธอมันคืออะไรล่ะ?
เสิ่นอีเวยกัดฟันหัวเราะออกมาอย่างอดสู "เซิ่งเจ๋อเฉิง ปล่อยมือเถอะ..."
เขามองเธอด้วยแววตาสับสน
"คุณเสิ่นเหมือนจะคิดอะไรง่ายไปหน่อยนะ ฉันจะให้คนที่ทรยศหักหลังคนอื่นตายง่ายๆได้ยังไง? เก็บเธอไว้ เพราะยังมีประโยชน์อยู่"
เสิ่นอีเวยอึ้งไป เขาผลักเธอไปชนกำแพงอย่างจัง จนหัวเธอโดนกระแทกจนมึน
เขาเหมือนสัตว์ป่าที่กำลังตกมัน
เสิ่นอีเวยมองเซิ่งเจ๋อเฉิง หลังจากนั้นสามวินาทีเขาก็ปล่อยมือ
ความเจ็บและความกลัวทำให้เธอเข่าอ่อนทรุดลงไปนั่งกับพื้น คอที่พึ่งถูกบีบเมื่อกี้ก็ได้รับอากาศเข้าไป เธอไอค่อกแค่กไม่หยุดเหมือนพึ่งหลุดจากประตูแห่งความตายมาก็ไม่ปาน
เซิ่งเจ๋อเฉิงจุดไฟสูบบุหรี่ เอียงหน้ามองเธอ "ที่แท้คุณเสิ่นก็รู้จักร้องขอชีวิตนี่ ในเมื่อกลัวตาย ต่อไปก็ทำตัวว่าง่ายหน่อย ไม่งั้นฉันมีวิธีเป็นร้อยที่จะทำให้เธอรู้ความรู้สึกของคนที่ชีวตอยู่ในกำมือคนอื่น เหมือนกับคืนนี้ไง"
เสิ่นอีเวยเงยหน้าขึ้นมอง คอเริ่มแหบ "ฉันไม่เข้าใจ ในเมื่อนายเกลียดฉันขนาดนี้ ไม่เคยมองฉันเป็นภรรยาเลย ทำไมไม่ยอมหย่ากับฉัน?"
เซิ่งเจ๋อเฉิงพ่นบุหรี่ออกมาคำหนึ่ง สายตาเหยียดมองเธอ "เธอรู้ไหมว่าสมัยก่อนเขามีวิธีทรมาณที่เรียกว่า แยกร่างห้าส่วน?"