ตอน 1
ขออย่าพบอีก
บทที่ 1 ความรักจากชายหนุ่ม
ปลายฤดูใบไม้ผลิ ที่เขียวขจี
มู่ชิงกำลังยืนอยู่ที่ขอบหน้าต่าง วางมือเบา ๆ ไว้ตรงหน้าท้อง มองไปยังลานรอบ ๆ ด้วยรอยยิ้ม
อีกสามเดือนข้างหน้า จะคลอดแล้ว
ความสัมพันธ์ระหว่างนางกับท่านอ๋องหยุ่ อาจได้รับการคลี่คลายลงจากการมาของเด็กคนนี้ ให้ได้กลับไปอยู่ในตำหนักอ๋อง
พอคิดถึงเพ้ยหยุ่คนนั้น คิ้วของมู่ชิงก็ขมวดเข้าหากัน ชายที่คล้ายกับเทพเจ้า ซึ่งมันเริ่มตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ที่ค่อย ๆ ทำให้บาดหมางกับนาง ไปจนถึงขั้นรังเกียจ
พอคิดถึงตรงนี้ สีหน้าของมู่ชิงก็ซีดขาว เด็กที่อยู่ในท้องก็ถีบเข้าให้ นางต้องกดอารมณ์ไว้ ความเจ็บจึงคลายลงได้
จู่ ๆ ประตูก็ถูกเปิดออก มาม่าซูก็เดินด้วยอารมณ์วิตกกังวลเข้ามาในศาลา
มู่ชิงมองย้อนไปดู เห็นสีหน้าของมาม่าซูไม่สู้ดีนัก เลยถามว่า “มาม่า ทำไมเดินมาแบบกังวลเช่นนี้ ด้านนอกเกิดอะไรขึ้นรึ”
“พระชายาเจ้าคะ ท่านอ๋องกลับพระตำหนักไปแล้ว แต่ทว่า ”
“ท่านอ๋องกลับตำหนักไปแล้ว!” มาม่าซูยังพูดไม่ทันจบ มู่ชิงก็ก้าวท้าวไปพร้อมกับประคองท้องเอาไว้ เดินออกจากศาลาไป “ รีบ ๆ เข้า ประคองข้าไปรับท่านอ๋อง”
มาม่าซูสีหน้าเปลี่ยนเล็กน้อย แต่พอเห็นพระชายาพยายามจะตะกายไปอย่างนั้น ในใจก็ถอนหายใจอย่างเงียบ ๆ แล้วก็เดินไปประคอง “พระชายา ท่านอ๋อง ท่าน ”
“ท่านเป็นอะไร” มู่ชิงร้องถามอย่างเปื้อนยิ้ม
มาม่าซูลอบถอนหายใจ “ท่านอ๋องพาแม่นางหลิงกลับมาด้วย”
มู่ชิงเดินกระแทกเท้า มืออกแรงบีบกำไรผ้าเช็ดหน้าอย่างหนัก ในใจคล้ายกับมีมีดกรีดลงไป เจ็บจนพูดไม่ออก
มู่ชิงยังไม่ทันที่จะได้ตั้งสติดี ก็มีเงาของนางผู้หญิงชั้นต่ำกับมาม่าค่อย ๆ เข้ามาคำนับ “ข้าน้อยเข้าเฝ้าท่อนอ๋องหยุ่”
มู่ชิงเงยหน้า ก็มองสะดุดไปยังชายรูปงามที่ยื่นอยู่ที่ประตู เขาสวมชุมคลุมสีม่วง มือสองข้างวางขนานกับลำตัว ดวงตาไม่แยแส
เพ้ยหยุ่ องค์ชายเก้าจากแคว้นเทียนหชี่ ได้รับพระเมตตาจากฮ่องเต้เป็นอย่างมาก ตอนอายุสิบสองพรรษา ก็ได้ตามบิดาของมู่ชิงไปออกรบ ถึงวันนี้อายุได้สิบเก้าพรรษา นับได้ว่าเป็นเทพเจ้าแห่งสงครามกันเลยทีเดียว
แต่ไม่ได้พบเจอพวกเขาก็ราว ๆ หกเดือนเห็นจะได้
พอได้เห็นเพ้ยหยุ่มายื่นอยู่ตรงหน้า ในใจก็มู่ชิงก็รู้สึกตื่นเต้นมาก เสียงสั่นเล็กน้อย “ท่านอ๋องกลับมาแล้ว”
เพ้ยหยุ่มองนางด้วยสายตาเย็นชา เบี่ยงตัวเล็กน้อย เอื้อมมือไปด้านหลังนาง “มานี่ซิ”
สายตาของมู่ชิงโดนหญิงสาวดึงดูดอย่างฉลับพลัน นางคนนั้น มีความละม้ายคล้ายหล่อนอยู่หลายส่วน ความเขินอายของสาวน้อยที่ค่อยๆเข้าหาอ้อมกอดของเพ้ยหยุ่ มองมาที่มู่ชิง เรียกนางเบา ๆ ว่า “พี่สาว”
มู่ชิงร่างแข็งทื่อ จ้องมองตาเขม่ง
“สุขภาพของหลิงเอ๋อไม่สู้ดีนัก เจ้าย้ายไปอยู่ที่ตุงหย้วน เอาที่ชุนหย้วนให้หลิงเอ๋อ” น้ำเสียงที่เย็นชา เหมือนกับน้ำแข็งในฤดูหนาว แต่ละคำล้วนเสียดแทงจิตใจ
มู่ชิงกำมือข้างหนึ่งอย่างแน่น มืออีกข้างนึงลูบท้องอย่างเบามือ “ข้าตั้งท้อง เกรงว่าไม่สะดวกจะย้ายตำหนัก และก็ไม่สามารถย้ายได้เดี๋ยวจะกระทบกระเทือนเด็กในท้อง”
“นี่คือตำหนังของข้า ข้าสั่งให้เจ้าย้ายเจ้าก็ต้องย้าย” เพ้ยหยุ่ได้ฟังคำปฎิเสธของนาง น้ำเสียงก็ยิ่งสูงขึ้น
ในขณะที่พูดนั้นน้ำเสียงที่กึ่งก้อง ก็ทำให้หญิงสาวที่อยู่ในอ้อมกอดตัวสั่นเล็กน้อย เขาจึงคำนึงได้ว่าทำให้นางตกใจเสียแล้ว
เพ้ยหยุ่รีบก้มลงลูบไหล่นางเบา ๆ และจูบที่หน้าผากของนางอย่างนุ่มนวล
หญิงสาวในอ้อมกอดส่งเสียงอย่างระมัดระวัง “ท่านอ๋อง พี่สาวกำลังท้อง ข้าเคยได้ยินมาม่าในตำหนักพูดกันว่า คนท้องนั้นไม่สามารถเคลื่อนย้ายสิ่งของได้ ไม่เช่นนั้นจะทำให้กระทบกระเทือนเด็กในท้อง อีกทั้งเด็กคนนั้นยังเป็นลูกคนแรกของท่อนอ่องอีกด้วย หลิงเอ๋อคิดว่า ให้พี่สาวอยู่ที่ชุนหย้วน แล้วหลิงเอ๋อไปอยู่ตุงหย้วนจะดีกว่า”
ตอน 2
บทที่ 2 ถ้อยคำทำร้ายใจ
พอได้ยินถ้อยคำที่อธิบายจากหญิงสาวในอ้อมกอด สีหน้าของเพ้ยหยุ่ก็ยิ่งบึ้งตึง เขาใช้ขาข้างหนึ่งเตะเก้าอี้ “อย่างไรก็ต้องย้าย ที่ชุนหย้วนเงียบสงบ หลิงเอ๋อก็ท้องเหมือนกันจำเป็นต้องบำรุงครรภ์ มู่ชิงเจ้าอย่างลืมว่าเดิมทีใครกันที่ช่วยเหลือเจ้าออกมาจากกองโจร หากไม่ใช่หลิงเอ๋อเอาตัวเองเป็นประกัน เจ้ายังคิดว่าจะมีชีวิตรอดกลับมาหรือ พวกเจ้า รีบมาเคลื่อนย้ายของพวกนี้ออกไป”
องค์รักษ์กลุ่มหนึ่ง ก็รีบเข้ามาในห้อง และนำของที่อยู่ในห้องทั้งหมดเคลื่อนย้ายออกอย่างรวดเร็ว
มู่ชิงเห็นภาพเหล่านั้น ในใจก็เคียดแค้นยิ่งนัก ความแค้นนี้เก็บกดไว้ในใจนางถึงครึ่งปี ครึ่งปีเต็ม ๆ
ก่อนหน้านี้ครึ่งปี นางและมู่หลิงต่างก็ถูกกองโจรจับไป
แต่นางรู้วิธีใช้ธูป นางใช้ธูปให้กองโจรสลบ สามารถที่จะพาหลิงเอ๋อ ออกจากกองโจรมาได้
เพียงแต่ พอมู่ชิงกลับมาถึงตำหนักอ๋องหยุ่ในวันที่สาม เพ้ยหยุ่ก็เข้ามาในห้องของนาง บีบคอนางแล้วพูดว่า นางไม่รู้ผิดชอบชั่วดี ทำให้มู่หลิงไปตกอยู่ในมือกองโจรได้รับความลำบากแต่นางก็เงียบไม่มารายงานอะไรสักอย่าง
มู่ชิงรู้สึกสับสน พอได้กลับบ้านตระกูลไป่นางถึงได้รู้ความว่า ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ที่มู่หลิง “โดนจับไปอีก”ที่รังกองโจร จนกระทั้ง เอาตัวเองมาแทนที่ให้มู่ชิงได้หนีไป และรอคอยให้มู่ชิงกลับมาช่วยนาง
ทุก ๆ คนต่างพากันเครียดแค้นนาง ด่าทอสาปแช่งนาง ว่าไม่ให้ตายดี!
ทั้ง ๆ ที่จริง ๆ แล้วนางไม่ได้ทำอะไรเลย แต่แล้วก็ไม่มีใครเชื่อคำที่นางพยายามจะอธิบาย
ตอนนี้แม้กระทั้งเสื้อผืนสุดท้ายก็ยังจะไม่ให้นางเลยใช่ไหม
“หยุดเดี๋ยวนี้นะ” จู่ ๆ มู่ชิงก็คว้าเสื้อผ้าเด็กทารกจากหญิงรับใช้คนหนึ่ง เอามากอดไว้ “ นี่คือของของข้า”
“เจ้าเป็นบ้าอะไร” เพ้ยหยุ่หงุดหงิดปัดของในมือนางจนตกลงไป
เสื้อผ้าตกลงพื้น
มู่ชิงโค้งตัวลงไปเก็บขึ้นมา แต่โดนมู่หลิงหยิบไปเสียก่อน
สายตามู่ชิงจองมองของสามชิ้นที่อยู่ในมือหลิงเอ๋ออย่างเย็นชา นั้นคือเสื้อที่นางจะเก็บไว้ให้ลูก ตั้งแต่เมื่อครึ่งปีก่อนที่ถูกจับตัวไป ได้รับการขัดขวางจากมู่หลิงอีกเริ่มจากตอนออกจากตำหนักเพ้ยหยุ่ มู่ชิงก็เข้าใจได้ถึงความคิดของหญิงสาว
ว่าเป็นผู้หญิงที่แย้งสามีของนางไป นางไม่คู่ควรกับสิ่งของของข้า“เอาคืนมาให้ข้า”
“พี่สาว ข้าเพียงแค่ดูเท่านั้น เสื้อผ้าเหล่านี้จะทำให้ลูกใช่ไหม สวยมาก” ดวงหน้าของมู่หลิงแสดงให้เห็นถึงร้อยยิ้มที่แสนหวาน หยิบเสื้อผ้ามาดูแล้วดูอีก ทำราวกับว่าชอบมันมาก
เพ้ยหยุ่ดูเหมือนว่านางจะชอบ “ถ้ามันสวยก็เก็บไว้เถอะ ของอย่างอื่นรีบย้ายออกไป”
มู่ชิงสะกดลมหายใจไว้อย่างนิ่ง มีเพียงปลายนิ้วสั่นเล็กน้อย
“เพ้ยหยุ่ !” มู่ชิงสีหน้าขาวซีดก้มหน้าลงต่ำ“เหตุใดถึงนำของของข้าไปให้กับคนอื่น”
มู่ชิงมุ่งตรงไปข้างหน้า แย้งเอาเสื้อผ้าออกมาจากมือมู่หลิง ใช้แรงฉีกออก “ถึงแม้มันจะขาดไปแล้ว ก็ไม่สามารถยกให้หญิงใจทรามเช่นนี้ได้”
“มู่ชิง เจ้าว่าใครใจทราม” เพ้ยหยุ่เอื้อมมือไปเอาเสื้อผ้ามาจากมือมู่ชิง ใบหน้าเต็มไปด้วยความโกรธ “มู่หลิงเอาเสื้อผ้าเจ้าไปชุดสองชุดมันจะเป็นอะไร อีกทั้งนางยังเป็นน้องสาวแท้ ๆ ของเจ้า”
“ข้าไม่มีน้องสาว เจ้าลืมไปแล้วใช่ไหม ครึ่งปีก่อนคนตระกูลมู่ก็ขับไล่ข้าออกจากจวนแม่ทัพแล้ว” มู่ชิงกรีดร้องอย่างโศกเศร้า ความเก็บกดที่เก็บความน้อยเนื้อต่ำใจมาครึ่งปีถูกความโกรธดันปะทุออกมา “อยากให้ข้าไปอยู่ชุนหย้วนข้าจะไป แต่สิ่งของเหล่านี้ สักชิ้นเดียวข้าก็ไม่ให้ นางไม่คู่ควรกับมัน”
“เพี๊ย!” ฝ่ามือหนัก ๆ กระทบเข้ากับที่ใบหน้าของมู่ชิง ในเวลาเดียวกันนั้น เพ้ยหยุ่ก็ยังผลักนางออกไป
มู่ชิงร่นถอยหลังไป ยังดีที่มีมาม่าซูค่อยพยุงไว้ มู่ชิงเลยไม่ได้รับบาดเจ็บ
นางรีบพยุงท้องเอาไว้ มองด้วยน้ำตาคลออย่างเย็นชาและพูดกับมู่หลิง “มู่หลิง ให้เจ้าอยู่อย่างสงบในชุนหวนนี้อย่ามาระรานข้า ไม่เช่นนั้นข้าจะฆ่าเจ้าซะ”
มู่หลิงหดคอลง แสร้งวิ่งเข้าหาอ้อมกอดของเพ้ยหยุ่
เพ้ยหยุ่กระพริบตาด้วยสายตาเย็นชา “ไปซะ!”
ตอน 3
บทที่ 3 ยาจากเลือดเนื้อ
มู่ชิงก้าวเดินอย่าเหม่อลอย มีมาม่าซูคอยประคอง เดินออกจากชุนหย้วน
เมื่อฝีเท้าก้าวออกจากจวนไป น้ำตาที่คลออยู่ที่เบ้าตาก็ไหลริน
เพ้ยหยุ่ ชื่อนี้ ก็ยังคงประทับอยู่ในใจได้อย่างเจ็บปวด
ในคืนนั้น มู่ชิงกำลังเข้านอนแต่หัววันเพื่อพักผ่อน
เพ้ยหยุ่ก็นำมู่หลิงกลับตำหนัก ในครึ่งปีนี้ เพ้ยหยุ่ไม่เคยมีถามถึงนางเลยสักคำ จะว่าไปคงจะมาที่ตุงหย้วน นางเพียงแต่นับวันหลังจากที่ลูกน้อยเกิดมา เพ้ยหยุ่คงจะมาดูเลือดเนื้อเชื้อไขของเขา
ในเวลานี้ ดวงตาทั้งสองของมู่ชิงปิดลง ทั้งใดนั้นก็ได้ยินเสียง “เพล้ง”เสียงจากการเปิดประตู
นางก็พยุงตัวลุกขึ้นนั่ง มองไปเห็นเงาคนในความมืด ถามว่า “ใครหน่ะ”
“ข้าเอง”
เสียงคุ้นเคยอยุ่ที่ข้างหูนาง และอารมณ์ของมู่ชิงก็สับสนวุ่นวาย
“ท่านอ๋อง” กำลังลุกจากผ้าห่ม
เพ้ยหยุ่ก็ห้ามเอาไว้ “เจ้ากำลังท้อง ไม่ต้องลุงขึ้นมา “
เขาเข้ามาด้านข้างเตียง นอนอยู่ข้างนาง โอบกอดมู่ชิงจากด้านหลัง พร้อมกับฝ่ามือที่วางไว้บนท้องนูน ๆ ของนางและลูบไปอย่างอ่อนโยน
ร่างกายของมู่ชิงแข็งทื่อ บทที่มือนั้นวางอยู่ที่ท้อง นางรู้ว่ามันไม่ใช่ความจริง เหมือนกับฝันไปอย่างไงอย่างงั้น
“ท่านอ๋อง ลูกเราอายุได้เจ็ดเดือนแล้ว ทุก ๆ เดือนหมอหลวงจะมาตรวจชีพจรข้า บอกว่าเด็กเติบโตดี ตั้งแต่ตั้งท้องมาถึงตอนนี้ลูกเรียบร้อยดี” มู่ชิงไม่ไปคิดถึงเรื่องเมื่อตอนกลางวัน ค่อยๆ บอกกับเพ้ยหยุ่ที่ไม่เคยชายตามาดูเด็กคนนี้
เพ้ยหยุ่ ส่งเสียง “อืม”ดวงตาเย็นชา “ข้ากับเด็กคนนี้ ตั้งแต่ต้นจนจบไม่มีโอกาสจะได้พบกัน”
“จะเป็นอย่างนั้นได้อย่างไร” มู่ชิงไม่ได้คิดอะไรอื่น ค่อยๆ พลิกตัวกลับมา เผชิญหน้ากับเขา “รอให้เด็กคลอดออกมา ท่านก็จะได้พบกับเด็กคนนี้”
พูดจบ เพ้ยหยุ่เอามือขึ้นมาบีบคางนาง “เพราะว่าหลิงเอ๋อก็ท้องเหมือนกัน ครึ่งปีก่อนเจ้าทำร้ายนางที่กองโจรได้รับความทุกข์ทรมานมานาน ให้คนไปวางยา ทุกครั้งที่นางตั้งท้องก็ต้องทนกับกับพิษที่ปวดราวไปถึงกระดูก”
มู่ชิงถลึงตาสองข้างมองดูเขาในความมืด ที่มาตุงหย้วนกลางดึก ก็เพื่อเรื่องนี้ นางพยายามจะอธิบายให้เขาฟัง“ท่องอ่อง โปรดฟังที่ข้าอธิบาย ตอนนั้นข้ากับเขา ”
“ข้าไม่อยากฟังเจ้าอธิบาย ข้าจะมาบอกเจ้าว่า รอให้อายุครรภ์ครบแปดเดือน จะให้หมอผีมาเอาเด็กในท้องเจ้าไปทำยาให้หลิงเอ๋อ เจ้ายังมีเวลาเตรียมใจอีกครึ่งเดือน
“ท่านพูดอะไร “ ความเย็นยะเยือกอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนโจมตีเข้าเกาะในหัวใจของมู่ชิง เจ็บจนสะท้าน นางยกมือขึ้นเพื่อปัดมือของเขาออก “ เพ้ยหยุ่ เด็กในท้องของข้าก็คือลูกของท่าน เสือมันยังไม่กินลูกของมัน แล้วนี่ท่านจะเอาชีวิตเด็กไปแลกกับชีวิตนางสารเลวมู่หลิงอย่างนั้น ข้าไม่เห็นด้วยข้าไม่ยอม”
“หุปปาก” เพ้ยหยุ่กดเสียงลงต่ำ “ข้าไม่ได้มาเพื่อปรึกษากับเจ้า นี่คือคำสั่ง”
“ท่านเคยคิดหรือไม่ว่าการที่จะมาเอาเลือดของเด็ก อาจทำให้เด็กตายได้” มือทั้งสองข้างของมู่ชิงสั่นสะท้าน ถามอย่างสุดเศร้า “ถ้าเด็กตายขึ้นมา จำทำอย่างไร!”
“ตายก็ตายไป “เพ้ยหยุ่ลุกขึ้น พูดคำที่เย็นชาออกมาได้อย่างไม่รู้สึกอะไร
หลังจากนั้นก็สะบัดมือจากไป
มู่ชิงกอดผ้าห่มอย่างแน่นร้องไห้จนหมดแรง
ยังคงจำครั้งแรกที่นางและเขาได้ชัดเจน เขานั่งอยู่ริมทะเลสาบ ถือก้อนหินเอาไวรอบ ๆ และดุพี่น้องที่มาสบประมาทนาง
ในเวลานั้น พวกเขาจะว่าเด็กก็ไม่เด็กจะว่าผู้ใหญ่ก็ไม่เชิง นางยังคงจำเขาได้ดี
หลังจากนั้นมา ถึงได้พบเขาเติบโตมาเป็นคุณชาย
เนื่องจางมีสัญญาแต่งงานไว้ตั้งแต่เด็ก ว่าจะให้เขาแต่งงานกับมู่ชิง